เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนผาจุก อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผวจ.อุตรดิตถ์ ร่วมกับ นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นประธานในพิธีเปิดโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนผาจุก แหล่งพลังงานหมุนเวียนแห่งใหม่ของ จ.อุตรดิตถ์ โดยมีผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.เข้าร่วมพิธี จากนั้น ผวจ.อุตรดิตถ์ และ ผู้ว่าการ กฟผ. ได้กดปุ่มเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนผาจุก ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จ และสามารถทำการซื้อขายไฟเชิงพาณิชย์ (COD) มาตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. 2565 อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของ กฟผ.เขื่อนสิริกิติ์ เป็นโรงไฟฟ้าที่ลดก๊าซเรือนกระจก 1 ใน 10 แห่งของ กฟผ. สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 91 ล้านหน่วยต่อปี และได้ใบอนุญาตประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าเลขที่ กกพ 01-1(2)/61-270 ออกให้ ณ วันที่ 26 ธ.ค. 2561

โครงการฯ ได้ขออนุญาตก่อสร้างในเขตพื้นที่ของกรมธนารักษ์ รวมพื้นที่ 28 ไร่ 3 งาน 99 ตารางวา ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำน่าน เหนือเขื่อนทดน้ำผาจุก ซึ่งกรมชลประทานควบคุม บริหารการจัดน้ำในพื้นที่ โดยอยู่ห่างจากเขื่อนสิริกิติ์ประมาณ 40 กม. เป็นแหล่งน้ำหลักมีองค์ประกอบสำคัญ คือ อาคารโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ชนิดใต้ดิน ขนาดกว้าง 24 เมตร ยาว 53 เมตร ลึก 31 เมตร และอาคารสูง 15 เมตร (เฉพาะที่อยู่บนดิน) โดยติดตั้งเครื่องกังหันน้ำแบบ BULB TURBINE ขนาดกำลังผลิตเครื่องละ 7 เมกะวัตต์ จำนวน 2 เครื่อง (รวม 14 เมกะวัตต์) พร้อมอุปกรณ์ประกอบและระบบส่งไฟฟ้าขนาดแรงดัน 115 กิโลโวลท์ เชื่อมโยงเข้ากับระบบไฟฟ้าของ กฟผ. รวมกำลังผลิตเฉลี่ย 91.26 ล้านหน่วยต่อปี ให้สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้สอดคล้องและเหมาะสมกับปริมาณน้ำที่ระบายจากเขื่อนผาจุกในช่วงเวลาต่างๆ ตามแผนการส่งน้ำปกติของกรมชลประทาน โดยใช้คลองผันน้ำของกรมชลประทานและเบี่ยงทางน้ำแยกออกเป็น 2 ทาง เข้าด้านหน้าเพิ่มความสูงระดับหัวน้ำให้ไหลผ่านเครื่องผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้า และระบายน้ำออกด้านท้ายของโรงไฟฟ้า ซึ่งโรงไฟฟ้าเพียงนำน้ำมาผ่านเครื่องกังหันน้ำ เพื่อผลิตไฟฟ้าก่อนเท่านั้น และจัดส่งน้ำให้ไหลลงสู่ลำน้ำดังเดิมและไม่มีการปนเปื้อนสารเคมีหรือน้ำมันหล่อลื่นแต่อย่างใด

กฟผ.เป็นหน่วยงานที่ดูแลระบบไฟฟ้าในภาพรวม เพื่อสร้างความมั่นคงไฟฟ้าทั่วประเทศ และให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน เป็นไปตามยุทธศาสตร์การผลักดันส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนของกระทรวงพลังงาน ที่เน้นส่งเสริมกลุ่มพลังงานสีเขียวที่กำลังเป็นกระแสนิยมของโลกในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นพลังงานสะอาดช่วยลดภาวะโลกร้อน โดยการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนผาจุก ขนาดกำลังผลิต 14 เมกะวัตต์ เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างกรมชลประทานกับ กฟผ. ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2546 มีนโยบายส่งเสริมให้มีการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทานให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยดำเนินงานภายใต้โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทาน ในระยะก่อสร้าง กฟผ.มีนโยบายส่งเสริมการจ้างแรงงานท้องถิ่น ช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ สนับสนุนกิจกรรมด้านการพัฒนาต่างๆ โดยชุมชนจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในอัตรา 2 สตางค์ต่อหน่วยไฟฟ้าที่จำหน่าย เพื่อนำมาใช้พัฒนาหรือสร้างประโยชน์ให้ชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าต่อไป.



