จากกรณีเหตุเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ ชื่อ “สมูธซี 22” ระเบิดไฟไหม้ที่บริเวณอู่ต่อเรือบริษัทรวมมิตรด๊อคยาร์ด หมู่ 8 ต.แหลมใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายคน นอกจากนี้ยังทำให้บ้านเรือนประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหายอีกจำนวนมาก ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ตูมสนั่น ‘เรือน้ำมัน’ ปากอ่าวแม่กลอง บาดเจ็บนับสิบรายบ้านเรือนเสียหาย
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า นายวาสุกรี ด้วงกำเหนิด อายุ 48 ปี ชาวบ้านในที่พักอาศัยอยู่ห่างที่เกิดเหตุประมาณ 250 เมตร ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยตรง โดยยิ่งกว่าทรัยพ์สินที่เสียหายยังไม่เท่า สุนัขสุดที่รักเพศผู้ พันธุ์อเมริกันบูลลี่ ชื่อ “คิงคอง” อายุ 1 ปี ที่ตกใจกลัวเสียงเรือระเบิดที่ดังมากทำให้ช็อกตายทันที สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับนายวาสุกรีเป็นอย่างมาก กำลังนำเจ้าคิงคองมาทำพิธีฌาปนกิจ ที่สำนักสงฆ์โพธิ์ทะเล สาขาวัดช่องลม ต.บ้านปรก อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ

เมื่อไปถึง สำนักสงฆ์โพธิ์ทะเล พบว่าเป็นสถานที่ ที่เปิดเมรุสำหรับเผาสัตว์เลี้ยงที่ตาย โดยทำพิธีสวดบังสุกุลเหมือนมนุษย์ทุกอย่าง โดยนายวาสุกรี นิมนต์พระสงฆ์ 4 รูป สวดเจริญพระพุทธมนต์ ทอดผ้าบังสุกุล และกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลเพื่อให้สุนัขแสนรักที่ชื่อคิงคองตัวนี้ไปสู่สุคติ ก่อนเปิดเผยว่า คิงคองเป็นสุนัขที่ซื้อมาเลี้ยงได้ประมาณ 1 ปี ในราคา 50,000 บาท ปกติคิงคองจะมีนิสัยขี้เล่น ใจดี น่ารัก แต่จะขี้กลัว ตื่นตกใจง่าย วันที่เกิดเหตุเรือบรรทุกน้ำมันระเบิด บ้านตนซึ่งอยู่ห่างประมาณ 250 เมตร จึงได้ยินเสียงดังมาก และบ้านก็ได้รับความเสียหายมากพอสมควร

นายวาสุกรี เผยอีกว่า ขณะเกิดเหตุคนในบ้านต่างตกใจรีบวิ่งเก็บข้าวหนีกัน โดยไม่ทันสังเกตเจ้าคิงคอง พอมารู้อีกทีพบว่า คิงคองตกใจตายไปแล้ว ตนรักสุนัขตัวนี้มาก เพราะเหมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว จึงนำมาประกอบพิธีเผาให้ไปสู่สุคติได้รับบุญกุศล และเตรียมของเล่นที่เขาชอบเล่น เช่น หมอนที่หนุนประจำ มาเผาไปกับเข้าด้วย ความเสียหายครั้งนี้มันเป็นคุณค่าทางจิตใจที่ประเมินเป็นราคาไม่ได้ หลังจากเผาคิงคองแล้วจะเก็บเถ้ากระดูกไปลอยอังคารตามพิธีการต่อไป ซึ่งขณะที่เผาเจ้าคิงคอง นายวาสุกรีได้หลบออกไปด้วยอาการน้ำตาคลอ เนื่องจากไม่อยากเห็นภาพสุนัขที่รักจากไปอย่างกะทันหัน



