“มองไกล เห็นใกล้” กลายเป็นประเด็นร้อนถึง “กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์” จำต้องออกโรงชี้แจงว่า การที่ชาวจีนถือวีซานักท่องเที่ยวเข้ามาทำธุรกิจร้านอาหารในไทยนั้น “ทำไม่ได้”
เหตุเป็นธุรกิจที่ห้ามคนต่างชาติทำ หากต้องการทำจริง ต้องได้รับอนุญาตก่อน ส่วนการจดทะเบียนพาณิชย์ ก็ไม่สามารถจดได้ พร้อมเตือนคนไทย อย่าทำตัวเป็นนอมินี เพราะมีโทษหนัก คุก 3 ปี ปรับ 100,000 บาท ถึง 1 ล้าน หรือทั้งจำทั้งปรับ
ต้องยอมรับนะครับว่า…แต่เดิมเยาวราชคือชุมชนของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนที่เข้ามาตั้งรกรากถิ่นฐาน จนเป็นย่านธุรกิจการค้าสำคัญ มี “สตรีทฟู้ด” ถนนคนเดินอันมีชื่อ จนถูกขนานนามว่าเป็น “ไชน่าทาวน์ประเทศไทย” จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่หลั่งไหลเดินทางเข้ามา
แต่พักหลังจะเห็นได้ว่า ถนนเส้นนี้เปลี่ยนไป เพราะนับแต่ช่วงหลังโควิดระบาด ตึกและห้องเช่าหลายแห่งถูกเปลี่ยนมือ ทุนจีนหอบเงินเซ้งตึกซื้อกิจการไล่ยาวไปถึงย่านสำเพ็ง ทั้งร้านอาหาร ร้านขายของ โดยเฉพาะสินค้านำเข้าจากจีนผุดขึ้นราวดอกเห็ด หนำซ้ำยังขายสินค้าตัดราคา
แน่นอนว่าการเข้ามาของธุรกิจคนจีนผ่านนอมินี ย่อมส่งผลกระทบกับพ่อค้า-แม่ค้าที่ค้าขายมาแต่เดิม อย่าว่าแต่ตึกรามบ้านช่องย่านเยาวราชเลย “ทำเลทอง” หลายแห่งต่างถูกจับจอง พร้อมกับการเข้ามาเหล่าบรรดา “อาตี๋-อาหมวย” ที่พร้อมทุ่มเงินให้ค่าเช่าที่สูงกว่าราคาประเมิน อีกทั้งคอนโดฯ ตามแนวรถไฟฟ้า โครงการบ้านจัดสรรหรูราคาหลายล้านในไทย ตอนนี้กลับกลายเป็น “ชุมชนแห่งใหม่” ของคนจีนไปแล้ว
ดีไม่ดีบางโครงการไม่ได้สร้างมาเพื่อขายให้คนไทย แต่ให้คนจีนจับจองผ่านการถือครองในรูปแบบนอมินี เหตุที่อสังหาริมทรัพย์ในไทยถูกกว่าที่จีน 3 เท่าตัว “ซื้ออยู่ก็ได้ ปล่อยเช่าก็ดี” จึงเป็นลู่ทางให้กลุ่มทุนจีนมากว้านซื้อเก็งราคาจำนวนมาก นี่ยังดีที่กฎหมายต่างชาติซื้อที่ดินพับไป ไม่เช่นนั้นไม่อยากจะคิด…
หากท่านทั้งหลายไม่เชื่อ “นายอัคคี” ขอท้าให้ลองไปเดินสำรวจดูที่ย่านห้วยขวางแถว “ถนนประชาราษฎร์บําเพ็ญ” ที่ปัจจุบันถูกขนานนามว่าเป็น “ไชน่าทาวน์แห่งใหม่” จะเห็นว่าตึกแถวสองข้างทางถูกประดับประดาป้ายไฟเต็มไปด้วย “ภาษาจีน” มีร้านอาหาร ร้านสุกี้หมาล่า ร้านนวด ผุดเพียบ แล้วจะรู้ว่า…จริงตามที่สาธยายแต่ต้นหรือไม่
ยิ่งช่วงนี้ข่าวคราวปราบปรามทุนจีนเทาเห็นเด่นชัดถึงพฤติกรรมแสบ เข้ามาใช้ไทยเป็นฐานทำธุรกิจ หน้าฉากทำทีเปิดบริษัทในนามคนไทยสัดส่วน 51 ต่อ 49 หลังฉากใช้ไทยเป็นนอมินี “กินรวบ ผูกขาด”
ถ้าหากกฎหมายไทย มีช่องโหว่ จนเอื้อต่างชาติเข้ามาลงทุนได้ง่าย อย่าว่าแต่พี่จีนริจะแย่งอาชีพคนไทยเลยครับ ที่ผ่านมาเวียดนาม-เมียนมา-ลาว ต่างแย่งอาชีพ (สงวน) คนไทย ทั้งหาบเร่ แผงลอย ขายผลไม้ ฯลฯ ก็แน่ละ…!!! ในเมื่อไทยเป็นสวรรค์ของต่างชาติ และหากปล่อยเป็นแบบนี้ไป โดยไม่แก้ ซ้ำร้ายอาจมี “ตู้ห่าว2” โผล่ให้เห็น มิต่างอะไรกับระเบิดเวลาที่รอวัน…ปะทุ.
นายอัคคี



