สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารเก่าแก่อายุเกือบ 100 ปี ในเขตใจกลางกรุงลิมา เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ด้านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง กำลังร่วมกันสอบสวน “ความสูญเสียครั้งใหญ่หลวงที่เกิดขึ้นกับหนึ่งในอนุสาวรีย์ของชาติ”


ขณะที่รัฐบาลเปรูปฏิเสธข้อกล่าวหาของฝ่ายต่อต้านว่า ชนวนเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ มาจากการใช้แก๊สน้ำตาของเจ้าหน้าที่ ในการสลายการเดินขบวนประท้วงของประชาชนซึ่งต้องการขับไล่ประธานาธิบดี ดีนา โบลูอาร์เต และตอนนี้มีการเคลื่อนขบวนอย่างต่อเนื่องจากภูมิภาคทางตอนใต้ เข้าสู่กรุงลิมาแล้ว

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงควบคุมเหตุเพลิงไหม้อาคารเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่ง ในกรุงลิมา เมืองหลวงของเปรู


ทั้งนี้ สถานการณ์ภายในของเปรูทวีความตึงเครียดเป็นลำดับ นับตั้งแต่สภาคองเกรสมีมติเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ปีที่แล้ว ถอดถอนนายเปโด กัสติโย ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี แล้วรับรองโบลูอาร์เตขึ้นสู่อำนาจ ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำหญิงคนแรกของประเทศด้วย ต่อจากนั้น อัยการดำเนินคดีกับกัสติโยซึ่งเป็นฝ่ายซ้าย ในหลายข้อหาที่รวมทั้ง “การเป็นกบฏและการคอร์รัปชั่น”


ขณะที่โบลูอาร์เตพยายามบรรเทาความตึงเครียดของสถานการณ์ ด้วยการเลื่อนจัดการเลือกตั้งทั่วไป จากกำหนดการเดิมคือในปี 2567 เป็นเดือน เม.ย. 2566 อย่างไรก็ตาม เธอยืนกรานปฏิเสธลาออก ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องหลักของฝ่ายต่อต้าน อีกทั้งขยายระยะเวลาบังคับใช้สถานการณ์ฉุกเฉินออกไปอีกอย่างน้อย 30 วัน นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนนี้ ทำให้สถานการณ์ประท้วงรุนแรงต่อเนื่อง มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 50 ราย.

เครดิตภาพ : REUTERS