สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส และนายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ ผู้นำเยอรมนี พบหารือกันที่กรุงปารีส เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี “สนธิสัญญาเอลีเซ” ( Élysée Treaty ) ที่ผู้นำของฝรั่งเศสและเยอรมนีในเวลานั้น คือ ประธานาธิบดีชาร์ล เดอ โกล และนายกรัฐมนตรีคอนราด อาเดเนาเออร์ ผู้นำเยอรมนีตะวันตก ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2506


อนึ่ง ต่อมาเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2562 มาครงและผู้นำเยอรมนีในเวลานั้น คือ นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ลงนามในสนธิสัญญามิตรไมตรีและการยกระดับความร่วมมือระดับทวิภาคีฉบับใหม่ในชื่อ “สนธิสัญญาอาเคน” ( Aachen Treaty ) เพื่อเป็น “ฉบับปรับปรุง” จากสนธิสัญญาเอลีเซ

นายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ ผู้นำเยอรมนี และประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ประชุมร่วมกัน ที่ทำเนียบเอลีเซ ในกรุงปารีส


ทั้งนี้ รัฐบาลฝรั่งเศสและเยอรมนีออกแถลงการณ์ร่วมกันในเวลาต่อมา ยืนยันการมีจุดยืนร่วมกันในด้านนโยบายที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความร่วมมือด้านอวกาศ


อย่างไรก็ตาม หากวิเคราะห์ลงลึกในรายละเอียด ถือว่าทั้งสองประเทศยังคงมีความเห็นแตกต่างกันในหลายเรื่อง โดยผู้นำฝรั่งเศสมองว่า สหภาพยุโรป ( อียู ) จำเป็นต้องหาแหล่งทุนเพิ่มขึ้น สำหรับการลงทุนในพลังงานสีเขียว เพื่อรับมือกับการที่สหรัฐใช้กฎหมายลดเงินเฟ้อฉบับใหม่ เป็นงบประมาณ 430,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 14 ล้านล้านบาท ) เพื่ออุดหนุนผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยสหรัฐ และการลงทุนส่งเสริมพลังงานสะอาดครั้งใหญ่ที่สุด ซึ่งอียูวิจารณ์ว่า “ไม่ยุติธรรม” กับผู้ประกอบการต่างชาติ แต่เยอรมนีกลับมามองว่า “ยังไม่จำเป็นถึงขนาดนั้น”.

เครดิตภาพ : REUTERS