เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแนวทางการอยู่ร่วมกันระหว่างช้างและคนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน เสนอโดยนางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพิจารณาญัตติในทำนองเดียวกันอีก 2 ญัตติ
นางรัดเกล้า กล่าวว่า ตนได้ศึกษาข้อมูลต่างๆ และเขียนญัตตินี้ขึ้นมา ซึ่งความสนใจของเรื่องช้างนี้เริ่มต้นจากการตายของสีดอหูพับทำให้เห็นว่ามีประชาชนกลุ่มหนึ่งเศร้าโศกเสียใจ โกรธเคือง และเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย ที่ผ่านมาประชาธิปัตย์ได้จัดเสวนาเพื่อพูดแทนช้าง แต่เหรียญมีสองด้านเสมอ โดยพบว่ามีทั้งกรณีช้างตายเพราะคน ขณะเดียวกันก็มีกรณีคนเสียชีวิตเพราะช้างเหมือนกัน สังคมไทยมาสู่จุดที่มีความแตกแยกทางความคิด เราจะต้องยุติตรงนี้ ซึ่งสภาควรมีการศึกษา และแก้ปัญหาเรื่องนี้ ถ้ายังไม่สำเร็จก็ไม่ควรหยุดการผลักดัน ตนจึงเห็นว่า ควรตั้งคณะกรรมการวิสามัญขึ้นอีกครั้งในสมัยนี้ เพื่อติดตามเรื่องนี้
นางรัดเกล้า กล่าวว่า ทั้งนี้ ตนไม่ได้มาพูดเพียงเรื่องช้าง แต่กำลังพูดถึงวิกฤติเชิงโครงสร้างที่รัฐบาลไทย ปล่อยให้เกิดปัญหาซ้ำๆ การตายของคนและการตายของช้างเป็นใบเสร็จที่ยืนยันชัดว่าความไร้ประสิทธิภาพของการบริหารของประเทศไทยมีอยู่จริง นโยบายแยกส่วน ทำให้ปัญหาความขัดแย้งของคนเป็นโรคเรื้อรัง ยืดเยื้อ ยกตัวอย่าง 4 กรณี คือ 1. อำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่ซ้ำซ้อน การแก้ปัญหาเรื่องช้างป่าจัดการไม่ได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน ซึ่งต่างคนก็ต่างทำและต่างมีข้อจำกัดของตัวเองทำให้ขาดเจ้าภาพที่เป็นกิจจะลักษณะ 2. การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าขาดความต่อเนื่อง เช่น การคุมกำเนิดช้างด้วยวัคซีน คือการแช่แข็งจำนวนช้างแบบชั่วคราว 7 ปี เพื่อให้รัฐแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างวางแผนและจัดการในระยะยาวได้ก่อนที่ช้างจะกลับมาขยายพันธุ์อีกครั้ง
นางรัดเกล้า กล่าวต่อว่า 3. ปลอกคอ GPS กรมอุทยานฯ ระบุว่ามีช้างที่มีปลอกคอ 48 ตัว จาก 4,000 กว่าตัว แต่ไม่มีงบฯ ค่าใช้จ่ายดาวเทียม จึงเรียกร้องขอให้ตั้งงบฯ ซึ่งจริงๆ สามารถใช้งบฯ จากการซื้ออาหารกลางวันของ สส.ไปช่วยสมทบตรงนี้ ตนก็มั่นใจว่าสส.คงจะใจกว้างพอให้สามารถนำไปช่วยสมทบได้ จะได้มีการติดตามช้างอย่างเป็นรูปธรรม และ 4. ข้อจำกัดของระเบียบข้อกฎหมายที่ขาดความสอดคล้องกับ พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ยังไม่ครอบคลุมไปถึงสัตว์ป่า เช่น ช้างป่า เพราะมาตรา 3 กฎหมายฉบับนี้ต้องอาศัยการประกาศจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดชนิดของสัตว์ให้ชัดเจนเสียก่อน
“เราตั้งกรรมาธิการมา 2 สมัยแล้ว นี่ถือว่าทำเสร็จแล้วหรือ แต่ถ้าช้างและคนยังตายอยู่ ดิฉันถือว่าปัญหายังไม่ได้นำไปสู่การแก้ไขอย่างสำเร็จ ขอย้ำว่าการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นความจำเป็น มันคือกุญแจดอกสุดท้ายที่จะปลดล็อกอุปสรรคระหว่างกระทรวงเพื่อหาทางออกที่ยั่งยืนให้กับช้างและคนในระยะยาว วันนี้คือวันวัดใจเราต้องลบคำครหาของสังคมว่านักการเมืองไทยไม่จริงจัง แก้ปัญหาปีต่อปีเท่านั้น ช้างมันกาบัตรเลือกตั้งให้ไม่ได้ นักการเมืองไทยก็เลยไม่ให้ความสำคัญ ขอให้ท่านโปรดพิจารณาการตั้งกรรมาธิการวิสามัญในการผลักดันเรื่องนี้ต่อเนื่องด้วย” นางรัดเกล้า กล่าว.



