หลังจากเดลีโฟกัส เกาะติดประเด็น กรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าและออกเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. โดยมิชอบ บนเขาปากเตรียม ต.กำพวน อ.สุขสำราญ จ.ระนอง เนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ กลุ่มนายทุน กำลังทยอยตัดไม้ใหญ่บนเขา ทำลายสภาพผืนป่าเชื่อทำเป็นขบวนการใหญ่ มีเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มคอยช่วยเหลือบีบชาวบ้านออกจากพื้นที่ ล่าสุดนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีต ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ เตรียมนำหลักฐานร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้คุ้มครองชั่วคราวพื้นที่ป่าปากเตรียมเป็นการเร่งด่วน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
แฉนายทุนฮุบ ‘เขาปากเตรียม’ ทำเป็นขบวนการใหญ่ สุดฮึกเหิมใครขวาง-ค้าน ใช้อิทธิพลมืดบีบชาวบ้าน

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ผู้สื่อข่าวเฉพาะกิจส่วนกลาง รายงานว่า ที่วัดกำพวน หมู่ 2 ต.กำพวน อ.สุขสำราญ นายสุระพงษ์ (สงวนนามสกุล) เจ้าของที่ดิน น.ส.3 ก. ตามระวางหมายเลข 8 พร้อมด้วยเจ้าของที่ดินละแวกเดียวกันรวมตัวให้ข้อมูลสื่อว่า วันนี้ได้เข้ามาในพื้นที่เพื่อรังวัดแนวเขตที่ดิน หลังมีปัญหามาตั้งแต่พวกตนซื้อทรัพย์จากสำนักงานบังคับคดี จ.ระนอง เมื่อปี 2563 ตนได้ซื้อทรัพย์รวม 5 แปลง ที่ดินรวม 40ไร่ แต่ภายหลังเมื่อปี 64 เข้ารังวัด กลับถูก “บริษัทแห่งหนึ่ง” คัดค้านอ้างสิทธิการครอบครองที่ดินทับซ้อนกัน พวกตนเข้ามาใหม่ก็เริ่มเห็นถึงความไม่ชอบมาพากลของการถือระวางที่ดินแต่ไม่อยากมีปัญหาจึงตัดสินใจขายที่ดิน จำนวน 3 แปลงให้กับบริษัทดังกล่าว ตอนนี้เหลือที่ดิน 2 แปลง เนื้อที่ 10 ไร่เศษ พยายามยื่นขอรังวัดที่ดินหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากถูกบริษัทดังกล่าวยื่นคัดค้านอีกครั้ง และยังคงอ้างระวางที่ดินซึ่งแผนที่แตกต่างจากที่ตนถือมาโดยตลอด

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงผู้ซื้อทรัพย์จากบังคับคดีหลายราย ทำให้มั่นใจว่า ระวางที่ดินที่กลุ่มพวกตนถืออยู่ และออกจากต้นฉบับ สค.1 กับระวางที่ดินบริษัทฯถืออยู่อาจเป็นคนละฉบับ จึงตัดสินใจทำหนังสือสอบถามจากสำนักงานที่ดิน จ.ระนอง เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 68 และสำนักงานที่ดิน จ.ระนอง มีหนังสือตอบกลับมาเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 68 ระบุว่า แผนที่ระวางที่บริษัทฯ ทำขึ้น และนำมาปักในพื้นที่ ไม่ใช่เอกสารของสำนักงานที่ดิน จ.ระนอง จัดทำขึ้น” นายสุระพงษ์ กล่าว

ต่อมาวันที่ 18 พ.ย. 68 ตนได้นำ น.ส.3 ก. ทั้ง 2 ฉบับ ยื่นคำร้องให้สำนักงานที่ดิน จ.พระนครศรีอยุธยา รับรองราคาประเมิน น.ส.3 ก. ของตนถูกอายัดตามระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยการตรวจสอบข้อเท็จจริงและวิธิการดำเนินการก่อนตั้งคณะกรรมการสอบสวนและการหมายเหตุการเพิกถอน หรือ แก้ไขตามมาตรา 61 ตามประมวลกฏหมายที่ดิน พ.ศ. 2566 ทั้งที่บริเวณแปลงที่ดินของพวกตนซื้อทรัพย์มาจากหน่วยงานราชการไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่ต้องดำเนินการพิจารณาเพิกถอน แตกต่างกับของบริษัทฯ คู่กรณี เปรียบเสมือนเป็นแผนที่ระวางทิพย์

นายสุระพงษ์ กล่าวด้วยว่า ตอนนี้พวกเราเปิดหน้าชน เพื่อกระชากหน้ากากกลุ่มที่ร่วมกระทำการโดยมิชอบ และพร้อมปกป้องคนดี รวมถึงทรัพยากรของแผ่นดิน แม้วันนี้หากพบว่า ที่ดินที่พวกเราครอบครองอยู่และได้มาตามขั้นตอนตามกฎหมายจะต้องถูกเพิกถอน แต่สามารถกระชากหน้ากาก เอาผิดคนไม่ดีให้ได้รับโทษทางกฎหมายก็ยินยอม ผมซื้อที่ดินอย่างถูกต้องจากสำนักงานบังคับคดี มั่นใจว่าเป็นทรัพย์ถูกต้อง เพราะผ่านขั้นตอนทางกฎหมาย ตั้งแต่การตรวจสอบของสถาบันการเงิน การพิจารณาคดีจากศาล จนถึงขั้นตอนการขายของบังคับคดี แต่วันนี้ต้องมาเจอปัญหามากมายจากการทำงานที่ไม่ตรงไปตรงมาของเจ้าหน้าที่บางกลุ่ม อีกทั้งยังคอยให้การช่วยเหลือ “กลุ่มทุนใหญ่” อีกด้วย





