สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 25 ม.ค. โดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวหลายกระแสในรัฐบาลและภาคการเงินของศรีลังกา ว่า ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าจีน หรือ ไชน่าเอ็กซิมแบงก์ ส่งหนังสือถึงกระทรวงการคลังศรีลังกา ลงวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา ยื่นข้อเสนอการพักชำระหนี้เป็นเวลา 2 ปี และจะ “มอบความสนับสนุน” ให้แก่รัฐบาลโคลัมโบ ในการได้รับอนุมัติเงินช่วยเหลือก้อนใหม่ มูลค่า 2,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 95,207 ล้านบาท ) จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( ไอเอ็มเอฟ )


อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในกระทรวงการคลังศรีลังกามองว่า ข้อเสนอดังกล่าว “ยังไม่น่าเพียงพอ” ที่จะช่วยเพิ่มโอกาส ในการให้รัฐบาลโคลัมโบได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากไอเอ็มเอฟ อนึ่ง จากข้อมูล ณ เมื่อช่วงสิ้นปี 2563 มูลค่าหนี้ที่ศรีลังกาติดค้างยู่กับไชน่าเอ็กซิมแบงก์ อยู่ที่ประมาณ 2,830 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 92,908.90 ล้านบาท ) คิดเป็นประมาณ 3.5% ของหนี้ภายนอกหรือหนี้ต่างประเทศทั้งหมด


ขณะที่มูลค่าหนี้สินทั้งหมดของศรีลังกาต่อจีน เมื่อรวบรวมข้อมูลจนถึงสิ้นปีที่แล้ว อยู่ที่ประมาณ 7,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 243,016 ล้านบาท ) หรือประมาณเกือบ 20% ของหนี้ภายนอกหรือหนี้ต่างประเทศทั้งหมด


อนึ่ง ศรีลังกากลับมาเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี ( เอฟทีเอ ) กับไทย อินเดียและจีน หลังระงับไปเมื่อปี 2561 โดยรัฐบาลโคลัมโบมุ่งหวังให้การเจรจาเอฟทีเอกับทั้งสามประเทศเสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้ หรืออย่างช้าที่สุดไม่เกินต้นปี 2567 ด้วยความเชื่อมั่นว่า ข้อตกลงการค้ากับทั้งสามประเทศจะมีบทบาทสำคัญ ในการช่วยพลิกฟื้นศรีลังกาจากวิกฤติเศรษฐกิจที่เผชิญมานานร่วม 3 ปี หรือนับตั้งแต่วิกฤติการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19.

เครดิตภาพ : REUTERS