เมื่อวันที่ 25 ม.ค.น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมโครงการขับเคลื่อนความร่วมมือการจัดการอาชีวศึกษาระหว่างภาครัฐและเอกชน (อ.กรอ.อศ.) กลุ่มนิคม อุตสาหกรรมต้นแบบว่า การประชุมความร่วมมือดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ตั้งเป้าในการเพิ่มความร่วมมือด้านทวิภาคีให้ได้ 50% ในปีการศึกษา 2568 ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่ตนได้มาประชุมร่วมกับกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมต้นแบบอย่างอมตะนคร และได้ทำความร่วมมือด้านทวิภสคีกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มากว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งการเพิ่มความร่วมมือทวิภาคีนั้นจะต้องหาความร่วมมือกับภาคธุรกิจ เพราะการเรียนทวิภาคีจะทำให้นักศึกษามีทักษะความรู้และได้ประสบการณ์จากสถานประกอบการ ซึ่งจะทำให้เราผลิตผู้เรียนตอบโจทย์ความต้องการของประเทศในอนาคต 

ด้านนายวิบูลย์ กรมดิษฐ์  กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น (AMATA) จำกัด(มหาชน)  กล่าวว่า  ในส่วนของกลุ่มนิคมอุตสากรรมเราพร้อมสนับสนุนความร่วมมือทวิภาคีกับสอศ.อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการเพิ่มความร่วมมือด้านทวิภาคีให้ได้ 50% ในปีการศึกษา 2558 ซึ่งที่ผ่านกลุ่มอุตสาหกรรมอมตะนครก็ได้ทำความร่วมมือกับสอศ.มาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ทั้งนี้ถือเป็นเรื่องดีที่เราจะได้ทำความร่วมมือและขับเคลื่อนนโยบายอาชีวศึกษาไปด้วยกัน รวมถึงจะเป็นการตัดปัญหาว่าประเทศไทยไม่มีทักษะฝีมือแรงงานออกไปด้วย เพราะเรามีแรงงานฝีมือของนักศึกษาอาชีวะที่มาจากผลผลิตความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการ ซึ่งนักศึกษาจะได้เรียนและทำงานควบคู่ไปด้วย