จากกรณีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้จัดเปิดเวที ไทย-เอไอ พาสปอร์ต ฟอร์รั่ม เพื่อระดมรับฟัง-แลกเปลี่ยนความคิดเห็นโครงการนี้ ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 กระทรวงดีอี (อาคารซี) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ โดยงานจะเริ่มทางการประมาณ 09.30 น. ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
อ่านข่าวต่อ : บรรยากาศคึกคัก งานระดมความเห็น “TH-AI Passport”

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุดหลังวันที่ 11 มิ.ย. “รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์” ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลของไทย ได้เผยเหตุผลที่ไม่ไปงาน “TH-AI Passport” ชี้ข้อสำคัญเรื่องนี้ต้องใช้คนที่รู้เรื่อง AI จริงๆ มาร่วมพิจารณาด้วยความเป็นอิสระ AI ไม่ใช่เรื่องแค่กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่คือยุทธศาสตร์ของประเทศ ต้องมี Master Plan ดี มันไม่ใช่ One stop project ของกระทรวง

พร้อมระบุข้อความว่า “บางคนถามผมว่า วันนี้ผมจะไปให้ความเห็นเรื่อง TH-AI Passport หรือไม่ ผมตอบไปว่า “ไม่ครับ” ผมไม่อยากไปยุ่งถ้าเป็นเวทีทางการเมือง โต้เถียงหาคนผิด หรือบอกว่าเป็นการล็อกสเปก และข้อสำคัญ ผมคิดว่า ผมได้ทำหน้าที่ของผมในฐานะนักวิชาการอิสระมาระดับหนึ่งแล้ว ผมได้ให้ความเห็นของผมในเชิงวิชาการ ในด้านเทคนิคและข้อกฎหมายต่างๆ โดยการโพสต์ผ่าน Facebook เขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ ให้สัมภาษณ์สื่อวิทยุและทีวี ตลอดจนมีคนเอาเนื้อหาผมไปเผยแพร่มากพอสมควรแล้ว ถ้าทุกฝ่ายมีความตั้งใจจริง ก็คงเอาความเห็นไปพิจารณาต่อได้”

อีกทั้ง “สิ่งที่ผมนำเสนอทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริง ที่พิสูจน์ได้ด้วยหลักวิชาการ ตรวจสอบความถูกต้องได้ แม้ผมจะมีประสบการณ์ทั้งในการออกหรือยื่นข้อเสนอโครงการ เข้าใจขั้นตอนการประมูล และเป็นคนที่ต้องร่วมพิจารณาโครงการใหญ่เป็นจำนวนมากในหลายหน่วยงาน แต่ผมไม่เคยเสนอความคิดว่า โครงการนี้ล็อกสเปกหรือไม่โปร่งใส เพราะทุกอย่างเป็นขั้นตอนตามกฎระเบียบที่มีขั้นตอนในการตรวจสอบ แต่สิ่งที่นำเสนอ คือ ข้อมูลทางเทคนิค และความคุ้มค่าของโครงการ ผมเองได้จุดประเด็นให้เห็นโดยการนำ TOR มาวิเคราะห์ให้ดูว่า โครงการนี้ทำอะไร มันไม่ใช่การซื้อเวอร์ชัน Pro แต่เป็นการพัฒนา Gen-AI App ที่ไม่ต่างกับ AI Chatbot รุ่นเดิมเมื่อ 6-7 เดือนก่อน แต่เทคโนโลยี AI ปัจจุบันไปไกลกว่านั้นมาก และก็ชี้ให้เห็นจุดด้อยของ TOR ในบางข้อ และบอกว่าสรุปแล้วโครงการนี้น่าจะมีปัญหาในการตรวจรับ เพราะความสับสนของ TOR ที่อาจขัดหลักวิชาการ”

นอกจากนี้ “แม้ผมจะบอกว่าการทำ Gen-AI App ที่จะนำมาแจกฟรีสำหรับคน 5 ล้านคนไม่น่าจะมีความคุ้มค่า เพราะแทบไม่ต่างกับเวอร์ชันฟรีที่คนใช้อยู่ ยิ่งไม่มีการกำหนดจำนวน Token ใช้งานต่อคนให้ชัดเจน ด้วยงบเท่านี้แต่ละคนก็คงใช้งานได้เพียงเล็กน้อย แต่ผมก็ได้ให้ความเห็นเสนอแนะว่า โครงการนี้สามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร โดยเฉพาะการทำ Gen-AI App สำหรับคนบางกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งผมก็ให้ความเห็นต่อสาธารณะและส่งผ่านผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ถ้าทุกฝ่ายเห็นแก่ประโยชน์สาธารณะ เราก็ควรยอมปรับโครงการนี้ให้มีความเหมาะสม สุดท้ายเมื่อมีการบอกว่าสัญญาเซ็นไปแล้ว TOR แก้ไม่ได้ ผมก็ชี้ช่องให้เห็น ระบุถึงข้อ 15 การสงวนสิทธิ์ใน TOR และชี้มาตรา 97 ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560”

“ผมได้ทำหน้าที่ของผมแล้ว และต้องขอบคุณ สส. และผู้บริหาร หลายท่านที่ได้รับฟังความเห็นผม โดยเฉพาะ ดร.อ้อ การดี เลียวไพโรจน์ – Karndee Leopairote ที่ช่วยทำหน้าที่สื่อสารข้อมูลบางด้านของผมให้ นอกจากนี้ผมก็ยังได้เสนอความเห็นไปยัง สส. Pawoot Pom Pongvitayapanu ทั้งสองท่านทำหน้าที่ได้ดีมาก และผมคิดว่าเป็นช่องทางที่เหมาะสม ซึ่งบอกตรงๆ เรื่องนี้สำหรับผมคือ งานวิชาการ ไม่ใช่เรื่องของการเมือง ผมเองไม่พยายามจะประเด็นข้อสงสัยในเรื่องการประมูลของโครงการ แต่วัตถุประสงค์ของผมคือ ทำอย่างไรโครงการนี้จึงจะคุ้มค่ากับส่วนรวม”

ทั้งนี้ “ผมไม่คิดว่าการรับฟังความคิดเห็นที่อาจจะเห็นการถกเถียงกัน จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมาก แต่ถ้าทุกฝ่ายตั้งใจจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ สามารถทำได้โดยระงับการดำเนินการโครงการนี้ไว้ก่อน แล้วนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการ AI ของชาติ มอบหมายให้มีคณะกรรมการมาศึกษาความคุ้มค่าของโครงการนี้ โดยอาจมีรัฐมนตรี หรือผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง แล้วปรับเงื่อนไขสัญญานี้ให้เกิดความคุ้มค่า และสอดคล้องกับ AI Master Plan ของประเทศ ทั้งนี้ คณะกรรมการศึกษาใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์ก็เสร็จแล้วครับ เพราะสิ่งที่โต้แย้งในเชิงวิชาการ มันสามารถพิสูจน์ได้ตามข้อเท็จจริงและหลักวิทยาศาสตร์ เอาเอกสาร เอา AI App ต่างๆ มาเปิดดูก็ทราบแล้วครับ ข้อสำคัญ เรื่องนี้ต้องใช้คนที่รู้เรื่อง AI จริงๆ มาร่วมพิจารณาด้วยความเป็นอิสระ AI ไม่ใช่เรื่องแค่กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่คือยุทธศาสตร์ของประเทศ ต้องมี Master Plan ดี มันไม่ใช่ One stop project ของกระทรวง”

ขอบคุณข้อมูล : Thanachart Numnonda