วันที่ 3 ก.ค. 69 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทุกวัน เวลา 08.00-21.00 น. ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง แบ่งเป็น 3 ช่วงเวลา ช่วงที่ 1 เวลา 08.00–10.00 น. ช่วงที่ 2 เวลา 11.30–16.00 น. และช่วงที่ 3 เวลา 20.00–21.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจากทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด คณะบุคคล ผู้แทนจากองค์กร และหน่วยงานต่างๆ อาทิ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย 1 โรงเรียนราชินี สมาคมแม่บ้านกองบัญชาการกองทัพไทย โรงเรียนบ้านหุบบอน จังหวัดชลบุรี โรงเรียนพระสุธรรมมายานเถระ จังหวัดอุทัยธานี และบ้านปาร์คนายเลิศ เข้ากราบด้วยน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยผ่านจุดคัดกรองและลงทะเบียนจัดลำดับที่โถงอุโมงค์ทางเดินลอดถนนหน้าพระลาน

ทั้งนี้ ผู้ที่เข้าถวายสักการะพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง จะได้รับสติกเกอร์รูปหัวใจสีดำ เป็นสัญลักษณ์ผ่านการคัดกรอง จากนั้นเดินทางเข้าประตูมณีนพรัตน์ และเดินตามเส้นทางที่สำนักพระราชวังกำหนด ผ่านประตูพรหมโสภา และพักคอยใต้โถงพระที่นั่งบรมราชสถิตมโหฬาร เพื่อรอลำดับการเข้าถวายสักการะพระศพฯ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา
เมื่อขึ้นถวายสักการะพระศพเบื้องหน้าพระโกศตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเสร็จแล้ว เดินลงจากพระที่นั่งพิมานรัตยา และออกประตูอนงคลีลา โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเชิญภาพพระโกศ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มอบให้ประชาชนเป็นที่ระลึก ก่อนเดินทางออกประตูอุดมสุดารักษ์ ส่วนเวลา 20.00-21.00 น. สำนักพระราชวังเปลี่ยนเส้นทางเข้าสักการะพระศพให้ประชาชนเข้าทางประตูมณีนพรัตน์เลี้ยวขวาเดินผ่านศาลาสหทัยสมาคม เข้าทางประตูพิมานไชยศรี ผ่านประตูพรหมโสภา และพักคอย เพื่อรอลำดับการเข้าถวายสักการะพระศพ เมื่อขึ้นกราบพระศพเสร็จแล้ว ลงจากพระที่นั่งพิมานรัตยา ออกประตูอนงคลีลา จากนั้นออกทางประตูอุดมสุดารักษ์ เพื่อออกสู่ถนนมหาราช

ในวันเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน และตั้งรถประกอบอาหาร เมนูข้าวเหนียวไก่ทอด สูตรพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และน้ำดื่ม สำหรับมอบให้กับประชาชนที่ถวายสักการะพระศพฯ วันละ 2,500 ชุด ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 สนองพระปณิธาน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ประธานกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประธานกรรมการมูลนิธิฯ ในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในยามยาก
ทั้งนี้ เมนูข้าวเหนียวไก่ทอด เป็นสูตรอาหารที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงใส่พระทัยในทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อให้ได้อาหารที่สะอาด ถูกสุขอนามัย และมีรสชาติอร่อย รับประทานง่าย โดยมีคุณหญิงจันทนี ธนรักษ์ ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์ และกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ตลอดจนอาสาสมัครจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน, จิตอาสา 904 อาสาสมัครยุวกาชาด สภากาชาดไทย ตลอดจนหน่วยงานภาคเอกชน มาร่วมมอบอาหารพระราชทานแก่ประชาชนด้วย ยังความซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

ด้านดอกเตอร์ปนัดดา วงศ์จันตา ผู้อำนวยการโรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์ นำคณะผู้บริหาร ครูและนักเรียน จำนวน 22 คน เดินทางเข้าถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทุกวัน เวลา 08.00-21.00 น. ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า คณะครูและนักเรียนมีความผูกพันกับพระองค์ภา ทรงเคยมาบำเพ็ญประโยชน์ เมื่อครั้งทรงศึกษาชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนจิตรลดา โดยทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับนักเรียนผู้พิการการได้ยินตลอดหนึ่งเทอมการศึกษา นับเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ครูและนักเรียนต่างมีความสุข ทรงให้ความเป็นกันเอง แม้ภายหลังจะไม่ได้เสด็จมาที่โรงเรียนเศรษฐเสถียรฯ แล้วยังพระราชทานอาหารเนื่องในวันประสูติของพระองค์ท่านเสมอ และอีกหลายครั้งที่ทรงพบนักเรียนในสถานที่ต่างๆ เช่น เสด็จไปพระราชทานรางวัลการแข่งขันมารยาทไทย จัดโดยธนาคารธนชาต ซึ่งนักเรียนของเราได้รับรางวัลชนะเลิศ เมื่อทรงประกอบพระกรณียกิจเสร็จสิ้นแล้ว เสด็จไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง แต่เมื่อทรงหันมาเห็นเด็กนักเรียนโรงเรียนเศรษฐเสถียรฯ เสด็จออกจากรถยนต์และมีพระปฏิสันถารด้วยภาษามือ โดยทรงบอกพระนามของพระองค์และมีรับสั่งเป็นภาษามือว่า เราคิดถึงทุกคน ขอให้ตั้งใจเรียน มีความสุข แล้วเสด็จกลับ
ครั้งต่อมา ในงานปั่นเพื่อพ่อ พระองค์ภา ทรงจักรยานมาแวะประทับพักพระอิริยาบถที่สวนลุมพินี ตอนนั้นนักเรียนของโรงเรียนเศรษฐเสถียรฯ ไปร่วมทำกิจกรรมการแสดงอังกะลุง พระองค์ภา ทรงพระดำเนินมาทักทายแล้วโปรดให้ครูแปลภาษามือว่า เราจะไปเยี่ยมที่โรงเรียน ยังความปลื้มปีติเป็นล้นพ้น ซึ่งพระกรุณาธิคุณไม่ได้มีเฉพาะโรงเรียนเศรษฐเสถียรฯ เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงนักเรียนผู้พิการการได้ยินทั่วประเทศ ในการพระราชทานถ้วยพระราชทาน ถ้วยรางวัลการแข่งขันสะกดนิ้วมือภาษามืออเมริกัน การแข่งขันสะกดนิ้วมือภาษาไทย และการแข่งขันคณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน สร้างขวัญกำลังใจ ความมุ่งมั่นพัฒนาตนเองเพื่อความเป็นเลิศทางการศึกษา

เมื่อครั้งทรงพระประชวร เด็กๆ ชวนคุณครูร่วมกันทำดอกไม้ประดิษฐ์ นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระองค์ท่าน ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เพื่อให้มีพระพลานามัยแข็งแรง กระทั่งสิ้นพระชนม์ ทุกคนเสียใจมาก และอยากมาถวายสักการะพระศพ เพื่อสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
นางจุพารัตน์ รศมนตรี ชาวกรุงเทพมหานคร เดินทางมาพร้อมเพื่อนและครอบครัว กล่าวว่า ตั้งใจมาถวายสักการะพระศพพระองค์ภา หลังจากที่เคยมากราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวงมาแล้ว น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณของพระองค์ภา มาโดยตลอด หากทราบว่า ทรงมีพระกรณียกิจใดๆ จะหาโอกาสให้ตนได้มีส่วนร่วมในโครงการพระดำริต่างๆ เช่น อุดหนุนสินค้าและร่วมกิจกรรมงานกาชาด งานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ที่วังสวนกุหลาบ สวนลุมพินี เป็นประจำทุกปี ซึ่งเงินรายได้จากการจำหน่ายสินค้าทรงนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่างๆ ทั่วประเทศ ตนและครอบครัวขอมีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรม แม้พระองค์สิ้นพระชนม์แล้วจะสานต่อโครงการของพระองค์ท่าน ถวายเป็นพระกุศลสืบไป




