เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport ว่า ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรใน TOR ได้ ตนก็งงเหมือนประชาชนว่า ในเมื่อเปลี่ยนแปลงอะไรใน TOR ไม่ได้ ทำไมจึงต้องรับฟังความเห็น ทั้งที่ควรทำก่อน เกิดก่อนโครงการจะตั้งลำ เข้าใจว่ามีการจ่ายเงินงวดแรกแล้ว แต่เพิ่งมารับฟังความเห็น จึงขอตั้งข้อสังเกตว่า งานที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ใช่การเปิดรับฟังความคิดเห็นจากคนในแวดวงไอที ผู้เชี่ยวชาญที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือประชาชน แต่จัดงานเพื่อฟอกขาวโครงการ คงจะมีการเชิญอินฟลูเอนเซอร์ หรือชาวไอทีทั้งหลาย เข้ามารับฟังความคิดเห็น และเข้าใจว่าจะมีบริษัทระดับโลกที่เป็นเจ้าของโมเดล AI ด้วย
“สิ่งที่พวกเราตั้งข้อสังเกต เพราะเราทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่า AI เป็นอนาคตของประเทศ แต่ประเด็นของโครงการนี้ คือคุณล็อกสเปกโครงการทำไม ถ้ามีใครสักคนที่มีความกล้าหาญ ดิฉันก็อยากจะให้ถามท่านรัฐมนตรี หรือท่านปลัดในงานไปเลยว่า คุณล็อกสเปกโครงการทำไม” น.ส.รักชนก กล่าว และว่าโครงการเป็นโครงการ AI แต่รายละเอียด TOR ในส่วนประชาสัมพันธ์ กลับล็อกสเปกละเอียดว่า ต้องเป็นบริษัทที่มีจอดิจิทัล หรือบิลบอร์ดทั่วประเทศ อยู่ในร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ ซึ่งก็มีอยู่ไม่กี่เจ้า นับสองนิ้วก็ไม่เกิน ดังนั้นตั้งข้อสังเกตว่าโครงการนี้ เป็นโครงการที่ตั้งใจล็อกสเปกมาตั้งแต่เริ่ม
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.เพิ่งเปิดข้อมูล โดยนำโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,600 ล้านมาเทียบกับโครงการเนชานอล เครดิตแบงก์ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ภายใต้ช่วงรัฐมนตรีเป็นคนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) สมัยนางสาวศุภมาส อิศรภักดี ซึ่ง TOR ในส่วนประชาสัมพันธ์ แทบจะคัดลอกวาง เปลี่ยนแค่หน่วย จากคำว่า “จอ” เป็นคำว่า “จุด” จึงตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมถึงลงรายละเอียดประชาสัมพันธ์ลึกขนาดนั้น ล็อกเอาไว้ถึง 3 ชั้น แล้วโครงการของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ เป็นคนละรูปแบบ ก็ล็อกสเปกเอาไว้ใน TOR แบบเดียวกัน เราเลยไม่ได้มานั่งพูดกันเรื่องความคุ้มค่า จึงตั้งข้อสังเกตว่า เป็นความพยายามการทำโครงการภาครัฐออกมา แล้วใส่บางส่วนไว้ใน TOR เพื่อล็อกมงคนที่มีโอกาสจะได้โครงการ
เมื่อถามว่า น.ส.รักชนก เคยโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก แนะนำบริษัทแพลน บี มีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า คิดว่าประชาชนสามารถคิด วิเคราะห์ แยกแยะได้ ส่วนที่นายภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ระบุว่า TOR สามารถขอคู่สัญญาแก้ไขได้ สัญญามันยกเลิกได้เพราะ TOR ก็เปิดช่องให้กระทรวงดีอียกเลิกโครงการได้ ถ้ากระทบกับประโยชน์สาธารณะ คิดว่า 1 เดือนที่ผ่านมาที่เราทำงานอย่างเข้มข้นชี้ให้เห็นว่า ปัญหาของโครงการนี้คืออะไร ถือว่าเข้าเงื่อนไขที่จะขอยกเลิกสัญญาได้แล้ว
เมื่อถามว่าหากขยายสัญญาให้กว้างขึ้น บริษัทขนาดกลางที่สามารถมารับงานต่อจะมีกี่บริษัท น.ส.รักชนก กล่าวว่า มีกี่บริษัทไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญคือต้องเปิดให้มีการแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้ แต่การล็อกผู้ชนะทำแบบนี้เป็นขบวนการขโมยความฝันและอนาคตคนทั้งวงการไอที แทนที่ทุกคนจะได้แข่งขันอย่างตรงไปตรงมา เอาของที่ดีที่สุดมานำเสนอประชาชน
เมื่อถามว่าจะยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า เมื่อไหร่ที่เริ่มลงทะเบียน ก็เป็นกำหนดการที่จะไปยื่น ป.ป.ช. วันที่ 18 มิ.ย.นี้ กมธ.ของตน จะประชุมร่วมกับคณะ กมธ.การกฎหมายฯ เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ โดยเชิญนายไชยชนก, ปลัดกระทรวง, คณะยกร่าง TOR, ป.ป.ช. และสตง. มาร่วมประชุมด้วย ส่วนจะใช้อำนาจเรียกหรือไม่ คงจะพิจารณาว่าการประชุมนั้นมีประโยชน์หรือไม่
“ขอเชิญท่านรัฐมนตรีมาที่ กมธ.เพื่อให้เกียรติสภาและประชาชน ในการแสดงความจริงใจ” น.ส.รักชนก กล่าว.



