สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ว่า ศูนย์บัญชาการสหประชาชาติ (ยูเอ็นซี) บนคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งเป็นผู้ควบคุมสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณเขตปลอดทหาร (ดีเอ็มซี) ซึ่งแบ่งเขตแดนระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ นับตั้งแต่การสิ้นสุดสงครามเกาหลี ระหว่างปี 2493-2496 เผยแพร่รายงาน เกี่ยวกับผลสอบสวนเหตุการณ์ การละเมิดเขตแดนของอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน เมื่อปลายเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว ว่า “เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง”


ทั้งนี้ เกาหลีใต้ยืนยันว่า เกาหลีเหนือส่งโดรน 5 ลำ บินข้ามดีเอ็มซีเข้ามา เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2560 ที่โดรนของเกาหลีเหนือ สามารถบินข้ามเขตแดนเข้ามายังฝั่งใต้ ขณะที่กองทัพเกาหลีใต้พยายามยิงสกัด แต่ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก อย่างไรก็ดี รัฐบาลโซลส่งอากาศยานสอดแนมบินข้ามดีเอ็มซีไปบันทึกภาพ “สถานที่สำคัญทางทหาร” ของเกาหลีเหนือ แล้วนำออกเผยแพร่


อย่างไรก็ตาม รายงานของยูเอ็นซีระบุว่า ความพยายามยิงสกัดโดรนของเกาหลีใต้ ไม่ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงแต่อย่างใด อนึ่ง จนถึงตอนนี้ เกาหลีเหนือยังไม่เคยกล่าวถึงเรื่องโดรนอย่างเป็นทางการ ขณะที่ประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล กล่าวว่า หากรัฐบาลเปียงยางเจตนาละเมิดน่านฟ้าของเกาหลีใต้ ด้วยการส่งอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนเข้ามาอีก รัฐบาลโซลอาจรระงับข้อตกลงความร่วมมือระดับทวิภาคีด้านความมั่นคงกับเกาหลีเหนือ ฉบับปี 2561


สำหรับข้อตกลงดังกล่าว เป็นที่รู้จักระหว่างสองเกาหลี ในชื่อ “ข้อตกลง 19 กันยายน” ลงนามเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2561 โดยผู้นำเกาหลีใต้ในเวลานั้น คือประธานาธิบดีมุน แจ-อิน กับนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดคนปัจจุบันของเกาหลีเหนือ ที่หมู่บ้านปันมุนจอม มีสาระสำคัญ คือการระงับกิจกรรมทางทหารข้ามพรมแดนระหว่างสองเกาหลี.

เครดิตภาพ : REUTERS