สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ว่า สำนักข่าวเบลตาของเบลารุส รายงานคำกล่าวของลูคาเชนโกว่า ในช่วงเวลาที่มหาอำนาจของโลกเพิกเฉย และละเมิดบรรทัดฐานของกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเปิดเผย ประเทศเอกราชต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น และรวมพลังกันเพื่อปกป้องอธิปไตย รวมถึงปรับปรุงความเป็นอยู่ของประชาชน
Belarusian President Lukashenko and Kim Jong Un signed a friendship deal in Pyongyang Thursday covering agriculture, education, health care and science, during Lukashenko's first visit to North Korea since taking power in 1994.@AntonSokol11804: https://t.co/IMLWKZZcRj pic.twitter.com/LScwTSK3B1
— NK NEWS (@nknewsorg) March 26, 2026
ขณะที่นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ กล่าวว่า รัฐบาลเปียงยางคัดค้านแรงกดดันที่ไม่ชอบธรรมต่อเบลารุสจากตะวันตก และแสดงการสนับสนุน รวมถึงความเข้าใจต่อมาตรการที่ผู้นำเบลารุสได้ดำเนินการ เพื่อสร้างความมั่นคงทางสังคมและการเมือง ตลอดจนการพัฒนาเศรษฐกิจ
ด้านสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) กระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยาง ยืนยันว่า ผู้นำของทั้งสองประเทศลงนามร่วมกันในสนธิสัญญาว่าด้วยมิตรภาพและความร่วมมือ
Lukashenko received a sword and a vase with his portrait as a gift from Kim Jong Un. https://t.co/begEgUDbC7 pic.twitter.com/7elEQtl45L
— Open Source Intel (@Osint613) March 26, 2026
ก่อนหน้านั้น คิมจัดพิธีต้อนรับลูคาเชนโกอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันพุธ (25 มี.ค.) ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นการเยือน 2 วัน โดยมีการยิงปืนใหญ่ และทหารเดินสวนสนาม ต่อหน้าฝูงชนจำนวนมากที่กำลังโบกธง โดยลูคาเชนโกเดินทางเยือนพระราชวังสุริยะกึมซูซาน เพื่อแสดงความเคารพสุสานของนายคิม อิล-ซุง ผู้ก่อตั้งประเทศและประธานาธิบดีตลอดกาลของเกาหลีเหนือ และนายคิม จอง-อิล อดีตผู้นำสูงสุด ซึ่งเป็นบิดาของนายคิม จอง-อึน ตามรายงานของเคซีเอ็นเอ
นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองประเทศยังแลกของขวัญกัน ซึ่งลูคาเชนโกมอบปืนไรเฟิลให้กับคิม พร้อมกล่าวว่า “เผื่อศัตรูโผล่เข้ามา” ส่วนผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ มอบดาบและแจกันใบใหญ่ให้กับผู้นำเบลารุส
เบลารุสและเกาหลีเหนือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายาม ที่นำโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เพื่อสร้าง “โลกหลายขั้ว” ที่ท้าทายอำนาจครอบงำของชาติตะวันตก โดยทั้งสองได้ให้ความช่วยเหลือรัฐบาลมอสโกในสงครามยูเครน ซึ่งรัฐบาลมินสก์ได้ทำหน้าที่เป็นฐานสำหรับการรุกราน และให้รัสเซียเข้ามาประจำการอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีในเบลารุส.
เครดิตภาพ : AFP



