สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองตริโปลี ประเทศเลบานอน เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ว่า แม้ลานจัดแสดงดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในผลงานสำคัญของลัทธิสมัยใหม่ช่วงศตวรรษที่ 20 ในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่มันกลับทรุดโทรมอย่างช้า ๆ เนื่องจากการต่อสู้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา, การบำรุงรักษาที่ไม่ดี และล่าสุดคือ วิกฤติการเงินที่ยืดเยื้อนาน 3 ปีของเลบานอน

“มันถูกขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกอย่างพิเศษ, อย่างรวดเร็ว และอย่างเร่งด่วน รวมถึงอยู่ในรายชื่อแหล่งมรดกโลกที่กำลังตกอยู่ในภาวะอันตราย เพราะมันกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่วิกฤติ” นายโจเซฟ เครดี เจ้าหน้าที่โครงการวัฒนธรรมแห่งชาติของยูเนสโก ประจำกรุงเบรุต กล่าว

เครดี กล่าวเพิ่มเติมว่า มันขึ้นอยู่กับทางการเลบานอน ในการร่วมกันวางแผนเพื่อปกป้องและฟื้นฟูสภาพของพื้นที่ ซึ่ง ยูเนสโก สามารถช่วยจัดหาเงินทุนและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคได้

ทั้งนี้ เลบานอน มีแหล่งมรดกโลกของ ยูเนสโก อีก 5 แห่ง โดยส่วนใหญ่เป็นป้อมปราการ และวัดโบราณ

ด้าน นางมิรา มินคารา มัคคุเทศก์อิสระจากเมืองตริโปลี และสมาชิกมูลนิธิออสการ์ นีเอไมเยร์ สาขาเมืองตริโปลี หวังว่า การขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกจะนำเทศกาลใหม่, นิทรรศการ และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมาสู่เมืองตริโปลี ซึ่งเป็นเมืองที่ยากไร้ที่สุดในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียน ก่อนที่จะเกิดวิกฤติการณ์ทางการเงินในเลบานอน

อนึ่ง มรดกทางวัฒนธรรมของเลบานอนได้รับผลกระทบอย่างหนัก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น การระเบิดท่าเรือเบรุต เมื่อปี 2563 ซึ่งทำลายบ้านเรือนสมัยศตวรรษที่ 19 ในพื้นที่ประวัติศาสตร์ไปหลายหลัง ตลอดจนวิกฤติทางการเงิน ที่ทำให้เกิดปัญหาไฟฟ้าดับ และส่งผลต่อพิพิธภัณฑ์แห่งชาติในลำดับต่อมา.

เครดิตภาพ : REUTERS