เมื่อเวลา 10.20 น วันที่ 10 เม.ย. 69 มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนคณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2
นายจำลอง ภูนวนทา สส.กาฬสินธุ์ พรรคกล้าธรรม กล่าวอภิปรายสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร โดยตั้งคำถามถึงความเป็นจริงของนโยบายภาครัฐที่ประกาศว่าจะยกระดับภาคเกษตรด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ อย่าไว้ใจ AI มากเกินไป เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือการรับฟังเสียงจริงจากชาวบ้านผู้เผชิญปัญหาอยู่ทุกวัน ประเทศไทยยังคงมีประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ไม่ว่าจะปลูกอ้อย มันสำปะหลัง ข้าว หรือยางพารา แต่สิ่งที่เกษตรกรกำลังเผชิญคือภาวะต้นทุนการผลิตพุ่งสูง ราคาพืชผลกลับตกต่ำ จนแทบไม่เหลือกำไรเลี้ยงชีพ เช่น มันสำปะหลัง ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของชาวบ้านในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ว่าปัจจุบันต้นทุนการผลิตอยู่ที่ราว 7,700 บาทต่อไร่ ทั้งค่าปุ๋ย ค่าไถกลบ ค่ายาปราบศัตรูพืช และค่าแรง แต่ผลตอบแทนที่ได้เพียงประมาณ 7,800 บาทต่อไร่ เหลือกำไรแค่ 100 บาท ซึ่งแทบไม่เพียงพอแม้แต่ค่าครองชีพพื้นฐาน
นายจำลอง กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงปัญหาของชาวไร่อ้อยว่า แม้ผลผลิตต่อไร่จะอยู่ที่ 10-15 ตัน แต่เมื่อราคาขายอ้อยปัจจุบันอยู่เพียง 600-700 บาทต่อตัน ก็แทบไม่คุ้มกับต้นทุนที่สูงถึงประมาณ 6,600 บาทต่อไร่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำหรือดินไม่อุดมสมบูรณ์ ยิ่งทำให้เกษตรกรขาดทุนหนัก
“นายกรัฐมนตรี ประกาศว่า จะดูแลภาคเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ และเคยระบุว่า เป็นรัฐบาลแค่ 2 เดือน คนก็รวยแล้ว ถ้าอยู่ 4 ปีจะรวยไม่ไหว แต่ในความเป็นจริง วันนี้ชาวบ้านเขาบอกกันว่า จนไม่ไหวแล้ว จะตายแล้ว เพราะรายได้ไม่พอรายจ่าย เงินหายาก และต้นทุนชีวิตสูงขึ้นทุกด้าน” นายจำลอง กล่าว
นายจำลอง กล่าวต่อว่า ไม่มั่นใจต่อแนวทางผลักดันการใช้ปุ๋ยชีวภาพตามนโยบายรัฐ เพราะในทางปฏิบัติ เกษตรกรจำนวนมากยังมองว่าปุ๋ยชีวภาพให้ผลผลิตไม่คุ้มต้นทุน ทำให้สุดท้ายยังต้องกลับไปใช้ปุ๋ยเคมีเหมือนเดิม พร้อมขอให้รัฐบาลทบทวนมาตรการส่งเสริมต่างๆ ให้สอดคล้องกับสภาพจริงของพื้นที่ พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะมันสำปะหลัง ที่มีต้นทุนต่ำกว่าของไทยอย่างมาก ทำให้พ่อค้าเลือกซื้อสินค้านำเข้าแทนผลผลิตของเกษตรกรไทย
“มันแห้งจากประเทศเพื่อนบ้าน กิโลละ 3.50 บาท บวกค่าผ่านด่านอีกไม่ถึงบาท ยังถูกกว่าของไทยที่กิโลละ 5.60 บาท ถามว่าพ่อค้าจะเลือกซื้อของใคร ถ้าปล่อยแบบนี้ เกษตรกรไทยจะอยู่ยังไง รัฐบาลต้องใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ไม่ปล่อยให้ผู้มีอำนาจหรือรายใหญ่ลอยนวล ขณะที่ชาวบ้านตัวเล็กตัวน้อยกลับถูกดำเนินคดี” นายจำลอง กล่าว
นอกจากปัญหาภาคเกษตร นายจำลอง ยังเสนอให้รัฐบาลเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบขั้นบันได เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน โดยเสนอให้ผู้มีอายุ 60-70 ปี ได้รับ 1,000 บาทต่อเดือน อายุ 70-80 ปี ได้รับ 1,500 บาท และอายุ 80 ปีขึ้นไป หรือผู้ป่วยติดเตียง ได้รับ 2,000 บาท สิ่งสำคัญที่สุดในการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร คือการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะถนนเพื่อการขนส่งสินค้าเกษตรให้สะดวกและรวดเร็ว ลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้ประชาชน เรื่องน้ำ เรื่องถนน และเรื่องความยุติธรรม คือหัวใจสำคัญ ถ้ารัฐบาลอยากช่วยเกษตรกรจริง ต้องลงมือทำให้เห็นผล ไม่ใช่แค่พูดสวยหรูบนกระดาษ



