มาตรการกำหนดการคุมเข้มการกำจัดหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ที่ปลูกในสภาพแปลงที่มีความลาดชันสูง ด้วยแนวทาง 3 ป และ มาตรการกรอง 4 ชั้น ดังนี้
ป (1) ป้องกัน การป้องกันโดยใช้กับดักไฟ (แบล๊คไลท์) เพื่อล่อผีเสื้อกลางคืนของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนในแปลงปลูก ซึ่งมี 2 กรณี ดังนี้
การป้องกันโดยใช้กับดักแสงไฟ ที่มีภาชนะบรรจุน้ำหรือแหล่งน้ำใต้หลอดแบล็คไลด์ ในกรณีหากพบผีเสื้อของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนอยู่ในน้ำ ให้ดำเนินการแจ้งเตือนเกษตรกรในพื้นที่แหล่งปลูกนั้น ให้เร่งดำเนินการฉีดพ่นสารเคมีกำจัดผีเสื้อและไข่ของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนในแปลงปลูกอย่างเร่งด่วน นอกจากนั้นให้เกษตรกรปิดดักแสงไฟเพื่อไม่ให้ผีเสื้อต่าง ๆ บินมาหาแสงไฟกับดัก
การป้องกันโดยใช้กับดักแสงไฟ และมีอุปกรณ์พัดลมดูดแมลงศัตรูพืช พร้อมกำจัดแมลงที่บินมาหากับดักแสงไฟ ในกรณีหากพบผีเสื้อของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ให้ดำเนินการแจ้งเตือนเกษตรกรในพื้นที่แหล่งปลูกนั้นเช่นกัน ให้เร่งดำเนินการฉีดพ่นสารเคมีกำจัดผีเสื้อและไข่ของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนในแปลงปลูกอย่างเร่งด่วน
ป (2) ปราบปราม ตั้งแต่ระยะดักแด้ และตัวเต็มวัย ของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนในช่วงปลายฤดูฝน ทั้งการใช้สารเคมี และชีวภัณฑ์ในการป้องกันกำจัด
ในระยะดักแด้ การใช้สารเคมีควรใช้ในรูปแบบสูตรชนิดเม็ด เพื่อให้เกิดความสะดวกในการขนย้าย และสะดวกในการหว่าน โดยแนะนำให้เกษตรกรหว่านให้ทั่วแปลงปลูก จำนวน 2 ครั้ง ห่างกัน 15-30 วัน สารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืช ที่แนะนำใช้ในการหว่าน (เลือกใช้ชนิดใดชนิดหนึ่ง) ได้แก่
Dinotefuran (ไดโนทีฟูแรน) : ไดโนทีฟูแรน 20%SG
Fipronil (ฟิโพรนิล) : ฟิโพรนิล 0.3%GR ฟิโพรนิล 80%WG
Cartap hydrochoride (คาร์แทปไฮโดรคลอไรด์) : คาร์แทปไฮโดรคลอไรด์ 50%SP
ใช้ตามอัตราคำแนะนำตามฉลากของสารเคมีที่นำมาใช้
สำหรับการปราบปรามผีเสื้อ (ตัวเต็มวัย) ของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน และระยะไข่ของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน โดยใช้สารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืชตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร โดยเฉพาะในกรณีเริ่มพบผีเสื้อของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนในบริเวณแปลงปลูกทุเรียนหรือพื้นที่ใกล้เคียง ให้เกษตรกรเร่งดำเนินการฉีดพ่นสารเคมีกำจัดผีเสื้อและไข่ของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนในแปลงปลูกอย่างเร่งด่วน
การใช้ชีวภัณฑ์ในการราดลงดินใบพื้นที่บริเวณรัศมีทรงพุ่ม ชีวภัณฑ์ที่สำคัญได้แก่ เชื้อราเขียวเมตาไรเซียม (Metarhizium) โดยแนะนำให้เกษตรกรราดเชื้อราเขียวเมตาไรเซียมให้ทั่วแปลงปลูก และราดอย่างน้อย 2 ครั้ง ห่างกัน 15-30 วัน
ป (3) ประชาชน บูรณาการร่วมกันของประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ ในการให้ข้อมูลซึ่งกันและกันกรณีพบผีเสื้อหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนในช่วงต้นฤดูกาลของการเริ่มติดผลทุเรียนในแหล่งปลูก
การกำจัดดักแด้หนอนในดิน ผีเสื้อ (ตัวเต็มวัย) และไข่หนอน เกษตรกรในพื้นที่ต้องร่วมบูรณาการกำจัดในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน และดำเนินการกำจัดให้เป็นพื้นที่วงกว้างให้มากที่สุด เพื่อทำให้ปัญหาของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนที่พบการระบาดในพื้นที่ค่อย ๆ ลดลงหมดไป
การร่วมกันกำจัดหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนของประชาชนผู้บริโภค ผู้ขายผลผลิตทุเรียนสดในพื้นที่ ผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุทุเรียน และโรงงานแปรรูปผลผลิตทุเรียน ในกรณีพบหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนติดไปกับผลผลิตให้ดำเนินการกำจัดหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนที่พบทันที และไม่ทิ้งหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนลงดินในบริเวณนั้น
สำหรับมาตรการกรอง 4 ชั้นนั้น เมื่อเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน ต้องดำเนินการตามมาตรการกรอง 4 ชั้น ของกรมวิชาการเกษตร เพื่อลดความเสี่ยงหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนดังนี้
กรองชั้นที่ 1 : การคัดทุเรียนคุณภาพ ผลผลิตทุเรียนต้องตัดแก่ และบ่มไว้ไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง
กรองชั้นที่ 2 : การบ่มทุเรียน 48 ชั่วโมง แยกผลผลิตตามแหล่งที่มา เพื่อคัดแยกผลที่พบการทำลาย ผลผลิตที่ไม่พบการทำลายต้องบ่มไว้ที่อุณหภูมิประมาณ 10 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 48-72 ชั่วโมง และตรวจสอบก่อนจะนำผลผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพลงกล่อง
กรองชั้นที่ 3 : การสุ่มตรวจสุขอนามัยพืช ยกระดับจาก 3 เป็น 5 %
กรองชั้นที่ 4 : การสุ่มตรวจศัตรูพืชอีกครั้ง ณ ด่านปลายทางที่ออกใบรับรองปลอดศัตรูพืช (Phytosanitary certificate : PC ) เพื่อใช้ในการส่งออก



