เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการมอบนโยบายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน คณะกรรมการประกันสังคม และผู้บริหารสำนักงานประกันสังคมว่า มามอบนโยบายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องการขับเคลื่อน เนื่องจากประกันสังคมเป็นลักษณะของกองทุนที่มีคณะกรรมการ (บอร์ด) รัฐมนตรีจึงต้องวางกรอบแนวคิดเพื่อขับเคลื่อนผ่านบอร์ดได้บางส่วน โดยสุดท้ายอำนาจการตัดสินใจจะอยู่ที่บอร์ด
ปัจจุบันเกิดวิกฤติศรัทธาขึ้นกับสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ในระดับหนึ่ง จากเหตุการณ์ความขัดแย้งและการสื่อสารที่ออกไปสู่ภายนอก ทำให้ภาพลักษณ์ในบางมิติออกมาในเชิงลบ แต่ข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบของส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง พบว่า การดำเนินงานของกองทุนไม่ได้มีปัญหาใด ๆ และอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่จุดไหนที่เป็นปัญหาก็จะไม่ซุกไว้ใต้พรม จะหยิบออกมาหาทางแก้ไข เพื่อพัฒนาให้ดีขึ้น โดยยึดหลักความโปร่งใสเพื่อให้ทุกคนตรวจสอบและติดตามได้
“กระบวนการใช้จ่ายเงินไม่มีอะไรเป็นความลับ สำนักงานประกันสังคมต้องรายงานต่อสภาและหน่วยงานตรวจสอบ เช่น สตง. ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบกฎหมายและระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ได้มีกติกาพิเศษที่จะทำเองได้ทุกประการ เชื่อมั่นได้ว่าหน่วยงานตรวจสอบในไทยมีเยอะ และประชาชนจะเป็นดาบสำคัญในการติดตามการทำงาน ซึ่งผมเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องคอยติดตามตรวจสอบไม่ให้เกิดการรั่วไหลอยู่แล้ว” นายจุลพันธ์ กล่าว
ส่วนเรื่องการเติบโตของกองทุนประกันสังคมกำลังเผชิญกับสถานการณ์สังคมสูงวัย การลงทุนที่อาจมีผลตอบแทนที่ยังไม่เพียงพอ ทำให้เกิดความเสี่ยงกับตัวกองทุน ซึ่งได้มีการปรับปรุงแล้วมีแนวโน้มที่จะได้รับผลตอบแทนการลงทุนมากขึ้น แต่อีกมิติจะต้องดึงคนเข้ามาสู่ระบบให้มากที่สุด เช่น กลุ่มแรงงานแพลตฟอร์ม หรือ กลุ่มกิ๊ก (Gig Workers แรงงานที่รับงานชั่วคราว ระยะสั้น จบเป็นรายครั้ง) ปัจจุบันมีไรเดอร์ประมาณ 3 แสนคน คาดว่าอาจแตะล้านคนในอีก 3-5 ปีข้างหน้า จึงต้องปรับกฎหมายให้ทันเพื่อรองรับแรงงานรูปแบบใหม่ แต่ยังถกเถียงกันอยู่ว่าจะใช้มาตรา 40 หรือออกมาตราใหม่ รวมถึงจะต้องดึงแรงงานต่างประเทศเข้าสู่ระบบให้ถูกต้อง เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศ และลดความเสี่ยงจากการเป็นแรงงานเถื่อน
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องบำนาญประกันสังคม สูตรแคร์ (CARE) ตอนนี้ขั้นตอนอยู่ที่รอตนลงนามเสนอเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น ขอเวลาพูดคุยกับทุกกลุ่มให้รอบด้าน เพื่อหาคำตอบให้ทั้งฝ่ายที่ได้และเสียประโยชน์ ยืนยันว่าจะไม่ล่าช้า เมื่อดูครบแล้วตนจะเป็นคนตัดสินใจและรับผิดชอบเอง เพราะผมต้องเป็นคนเซ็นคนสุดท้ายก่อนเข้า ครม. แต่คงไม่ได้ตีกลับไปศึกษาใหม่เพราะกระบวนการจะช้าลง
นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า เรื่องการปรับโครงสร้างสำนักงานประกันสังคม จะต้องให้มีความเป็นอิสระทางการบริหาร ปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง และมีความเป็นมืออาชีพในด้านการลงทุน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น (Trust and Confidence) ให้กับสังคม ส่วนจะเป็นรูปแบบองค์การมหาชนหรือองค์กรอิสระนั้น ยังไม่อยากให้สรุปในตอนนี้ แต่ยึดหลักคิดที่ว่าการทำงานต้องมีอิสระ ปราศจากการเมือง และในส่วนของการลงทุนต้องมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น.



