เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 69 นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด เขต 7 พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวถึงความน่ากังวลโครงการช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท ของรัฐบาล ว่า ขณะนี้ยังไร้ความชัดเจนจากรัฐบาล ทั้งที่แนวคิดเกษตรแม่นยำยังไม่เกิดขึ้นจริง และปีนี้เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนเพาะปลูกสูงรอบด้านจากผลกระทบสงครามโลก การที่รัฐบาลโยนเรื่องไปให้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ชุดใหญ่ พิจารณา จึงถูกมองว่าเป็นพฤติกรรมจงใจลากเวลาและยื้อขั้นตอนตั้งอนุกรรมการขึ้นมาทำงานใหม่ ซึ่งยิ่งทำให้ชาวนาเสี่ยงต่อการแบกรับภาระหนี้สินนอกระบบเพิ่มขึ้น จึงขอจี้ให้รัฐบาลแสดงความจริงใจเร่งให้คำตอบในมาตรการเยียวยาระยะสั้น แทนการใช้วาทกรรมสร้างความหวังว่าจะจ่ายเงินอุดหนุน 2,000 หรือ 3,000 บาท ไปวันๆ
ขณะนี้ มีสถานการณ์ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์สำหรับการเพาะปลูกข้าวในฤดูกาลใหม่ ขอทวงถามมาตรการรับมือเชิงรุกจากรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อกรณีที่แปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเอฟเฟกต์ของปรากฏการณ์ลานีญาที่บิดเบือนสภาพภูมิอากาศ จนส่งผลให้เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงอย่างรุนแรงและยาวนานในหลายพื้นที่เพาะปลูกหลัก ส่งผลให้ต้นกล้าและแปลงขยายพันธุ์ข้าวแห้งตาย ยอดการเก็บเกี่ยวผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย ซึ่งนี่ถือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างระดับใหญ่ที่กำลังส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนต่อพี่น้องชาวไร่ชาวนาเป็นวงกว้างตั้งแต่เริ่มต้นฤดูการผลิตปีนี้
สส.ร้อยเอ็ด กล่าวต่อว่า จากวิกฤติการณ์ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์เนื่องจากภัยฝนทิ้งช่วงดังกล่าว นำไปสู่ผลกระทบด้านลบที่น่าเป็นห่วง 3 ประเด็นหลัก คือ การระบาดหนักของกลุ่มเมล็ดพันธุ์เถื่อนและข้าวปลอมปนไม่ได้มาตรฐานในท้องตลาด เนื่องจากพ่อค้าฉวยโอกาสโก่งราคาขายแพงในช่วงที่สินค้าขาดแคลน จนกลายเป็นต้นทุนแฝงที่ซ้ำเติมวิกฤติหนี้สินเดิมของชาวนาให้พุ่งสูงขึ้น อีกทั้งยังเสี่ยงต่อความมั่นคงทางอาหารและการส่งออกข้าวของประเทศในระยะยาว เนื่องจากปัญหาขาดแคลนเมล็ดพันธุ์นี้ บวกกับภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วง จะส่งผลให้รอบการปักดำข้าวของชาวนาต้องเลื่อนออกไปไกลกว่าเดิม และหากรัฐบาลยังไม่มีมาตรการสำรองหรือกระจายเมล็ดพันธุ์อย่างทั่วถึง จะทำให้ภาพรวมผลผลิตข้าวไทยลดลงอย่างแน่นอน
นายชัชวาล กล่าวว่า วิกฤติลานีญาและปัญหาฝนทิ้งช่วงเป็นเรื่องที่ส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า รัฐบาลจึงไม่สามารถอ้างได้ว่าเพิ่งเกิดขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในตอนนี้คือความล้มเหลวของมาตรการเชิงรุกในการเตรียมความพร้อมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เพราะเมล็ดพันธุ์ข้าวคือต้นทุนหัวใจสำคัญที่สุดในการเริ่มต้นทำนา
“ถ้ารัฐบาลยังคงเพิกเฉย ปล่อยเกียร์ว่างปล่อยให้ชาวนาเผชิญชะตากรรมตามยถากรรม โดยที่โครงการไร่ละ 1,000 บาท ก็ยังไม่มีความคืบหน้า และเมล็ดพันธุ์ข้าวยังมาขาดแคลนหนักจากภัยแล้งซ้ำเติมอีก ปลายปีนี้ประเทศไทยอาจต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติเศรษฐกิจฐานรากที่ล้มละลายอย่างแท้จริง” นายชัชวาล กล่าว



