ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออร์เบิร์น รัฐแอละแบมา ได้เปิดเผยเอกสารการวิจัยเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดกล่าวถึงการทดลองเกี่ยวกับการปรับแต่งพันธุกรรมของปลาดุกด้วยดีเอ็นเอของจระเข้ตีนเป็ดซึ่งมีสารแคธีลิซิดิน (Cathelicidin) หรือสารเปปไทด์ต้านจุลชีพที่พบได้ในลำไส้ สารนี้มีคุณสมบัติช่วยให้อวัยวะในร่างกายต้านทานต่อเชื้อโรคได้ดีขึ้น
สารพันธุกรรมดังกล่าวที่ฉีดเข้าไปในตัวปลา จะไปกระตุ้นภูมิต้านทานโรคในปลาให้แข็งแรงขึ้น เมื่อเทียบกับปลาดุกที่อยู่ในแหล่งธรรมชาติ ทีมวิจัยได้รายงานข้อสังเกตไว้ว่า อัตราการรอดชีวิตของปลาดุกไฮบริดในฟาร์มเลี้ยงเพิ่มขึ้นเป็น 2-5 เท่า
เนื่องจากทีมวิจัยฉีดสารแคธิลิซิดินเข้าไปในพันธุกรรมส่วนที่มีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนเพื่อการแพร่พันธุ์ จึงจะไปลดความสามารถในการแพร่พันธุ์ของปลาดุก ซึ่งมีความสำคัญ เพราะจะช่วยป้องกันการปนเปื้อนทางพันธุกรรมของปลาไฮบริดเหล่านี้กับปลาดุกในแหล่งธรรมชาติ
กระนั้น ทีมงานก็ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เสถียรในการนำเทคโนโลยีคริสเปอร์ (CRISPR) มาใช้กับปลา โดยเทคโนโลยีคริสเปอร์ เป็นเทคนิคการประยุกต์ใช้ความรู้ด้านพันธุกรรมในงานพันธุวิศวกรรม และนิยมใช้ในการทดลองต่อสัตว์เลี้ยงด้วยนม อนึ่ง รายงานฉบับนี้ยังไม่ได้ผ่านการพิจารณาตรวจสอบจากคณะผู้เชี่ยวชาญ
อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยตั้งความหวังไว้ว่า การตัดต่อพันธุกรรมระหว่างจระเข้ตีนเป็นกับปลาในวงศ์ปลาหนังหรือปลาดุก จะสามารถนำมาใช้งานได้จริง ร่วมกับเทคนิคการขยายพันธุ์ปลาอื่น ๆ เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตแก่ประชาชนที่ทำธุรกิจฟาร์มปลาดุกในสหรัฐ ซึ่งมีปริมาณการบริโภคสูงในตลาด แต่เคยประสบปัญหาโรคระบาดในฟาร์มปลาจนทำให้ผลผลิตลดลงมาก
แม้แนวคิดการตัดแต่งพันธุกรรมปลากับจระเข้เข้าด้วยกันอาจทำให้ผู้บริโภครู้สึกรับได้ยาก แต่ทีมผู้วิจัยก็ยืนยันว่า เนื้อปลาไฮบริดเหล่านี้ สามารถนำมารับประทานได้อย่างปลอดภัย
แหล่งข่าว : businessinsider.com
เครดิตภาพ : pixabay / Andy M.



