หากพูดถึง “ทุเรียนทองผาภูมิ” ของดีขึ้นชื่อแห่งจังหวัดกาญจนบุรี หลายคนคงนึกถึงรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์จนได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และสร้างรายได้หมุนเวียนให้ท้องถิ่นมหาศาลกว่า 300 ล้านบาทต่อปีแต่เบื้องหลังรอยยิ้มของชาวสวน กลับมี “วิกฤตเงียบ” ซ่อนอยู่ ทั้งปัญหาผลผลิตต่อไร่ต่ำ ความผันผวนของสภาพอากาศ และหนามยอกอกที่แก้ไม่ตกอย่าง “ปัญหาทุเรียนอ่อน” ที่เคยพุ่งสูงถึง 32.5% จนเกือบจะทำลายความเชื่อมั่นของผู้บริโภค แต่ วันนี้ภาพเหล่านั้นกำลังจะกลายเป็นอดีต เมื่อ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA ก้าวเข้ามาเปลี่ยน งานวิจัยด้วย“เทคโนโลยีพร้อมใช้ (App Tech)” ที่จับต้องได้จริง
น.ส.กุลวรา โชติพันธุ์โสภณ รองผู้อำนวยการ ARDA บอกว่า ภาคตะวันตกคือแหล่งพืชเศรษฐกิจสำคัญ แต่ที่ผ่านมาขาดการจัดการน้ำ ธาตุอาหาร และระบบตรวจสอบย้อนกลับที่มีประสิทธิภาพ ARDA จึงส่งมอบเทคโนโลยีเด็ดเข้าสู้ ได้แก่“ระบบ IoT บริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ” ร่วมกับระบบ Mini Sprinkler เพื่อควบคุมความชื้นในแปลง ลดความเสี่ยงโรครากเน่าโคนเน่า และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ และ “ระบบ RFID ตรวจสอบย้อนกลับ” ที่ช่วยติดตามแหล่งผลิตและควบคุมคุณภาพผลผลิตตลอดห่วงโซ่การผลิต สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและตลาด
หลังจากวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ทุเรียนทองผาภูมิเปิดใจรับเทคโนโลยี ตัวเลขสถิติต่างๆ ก็เปลี่ยนไปอย่างก้าวกระโดดจนน่าทึ่ง ผลผลิตพุ่งทะยาน จากเดิมได้ 1,700–2,000 กิโลกรัมต่อไร่ ดีดขึ้นมาเป็น มากกว่า 3,000 กิโลกรัมต่อไร่ (เพิ่มขึ้นถึง 76%)พร้อมลดปัญหาการตัดทุเรียนอ่อนจากร้อยละ 32.5 เหลือไม่เกินร้อยละ 10 หรือลดจาก 650 กิโลกรัมต่อไร่ เหลือไม่เกิน 150 กิโลกรัมต่อไร่ คิดเป็นการลดลงกว่า 77% ส่งผลให้คุณภาพผลผลิตมีความสม่ำเสมอ สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค ทำให้เงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น รายได้เฉลี่ยของชาวสวนดีดจาก 138,160 บาท พุ่งสู่ 216,900 บาทต่อไร่/ฤดูกาลความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในระดับครัวเรือน แต่มันช่วยอัดฉีดเม็ดเงินและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้พื้นที่ทองผาภูมิเพิ่มขึ้นอีก 15 – 20 ล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว”
โมเดลความสำเร็จของทุเรียนทองผาภูมิ เป็นเพียง “หัวเจาะ” ชิ้นสำคัญภายใต้แผนงาน “App Tech” ของ ARDA เท่านั้น
ปัจจุบัน ARDA ได้ขยายผลความสำเร็จกระจายตัวไปแล้วกว่า 37 โครงการ ร่วมกับ 24 หน่วยงาน ครอบคลุมพื้นที่ 61 จังหวัดทั่วประเทศ และมีพี่น้องเกษตรกรตบเท้าเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 17,596 ครัวเรือน ซึ่งทะลุเป้าหมายปีแรกที่ตั้งไว้ 10,000 ครัวเรือน ไปเกือบ 2 เท่า
ในวันที่เกษตรกรไทยต้องเผชิญหน้ากับต้นทุนที่สูงลิ่วและสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน คำตอบของการอยู่รอดอาจไม่ใช่การก้มหน้าทำงานหนักแบบเดิมๆ แต่คือการเปิดรับ “นวัตกรรมพร้อมใช้” ที่เปลี่ยนหยาดเหงื่อให้เป็นผลผลิตที่ยั่งยืน เหมือนอย่างที่ ARDA กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า”งานวิจัยที่แท้จริง ต้องกินได้ และสร้างเงินล้านให้เกษตรกรได้จริง”



