เมื่อวันที่ 9 ก.พ. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตนเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วย นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ น.ส.ดุริยา อมตวิวัฒน์ ที่ปรึกษาพิเศษด้านความร่วมมือต่างประเทศ สป. ได้เข้าร่วมการประชุมสภารัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 52 (สภาซีเมค) ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งได้มีการประชุมระหว่างวันที่ 8- 10 ก.พ. ทั้งนี้การประชุมในวันแรกหลังเสร็จสิ้นการประชุมวาระเฉพาะ ตนได้เจรจาความร่วมมือทวิภาคีร่วมกับ นายชาน ชุง ซิง รมว.ศึกษาธิการ ของสิงคโปร์ เพื่อส่งเสริมประเด็นความร่วมมือระหว่างประเทศที่เน้นเรื่องของการแลกเปลี่ยนนักเรียน นักศึกษา การจัดฝึกอบรมให้กับครูและผู้บริหาร ในรูปแบบของการจัดหลักสูตรฝึกอบรมตามความต้องการของครูและผู้บริหาร ทั้งนี้ ในส่วนของไทยต้องการผลักดันเรื่องของการสร้างคุณค่าและความภาคภูมิใจในความเป็นชาติ ให้มีการเรียนการสอนหรือบูรณาการให้เข้ากับการเรียนรู้ในสถานศึกษามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของ Arts of Life ที่จะต้องผนวกไว้ในการเรียนการสอนด้านสะเต็มศึกษา (STEM) ให้เป็นสตีม (STEAM) ซึ่งรวมถึงความหลากหลายทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ วิถีชีวิต ถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งของประเทศไทย

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า ในช่วงบ่ายวันเดียวกันตนได้เข้าร่วมการประชุมเชิงยุทธศาสตร์ระดับรัฐมนตรีศึกษาของซีมีโอ ครั้งที่ 6 โดยนางซาร่า ซิมเมอร์มัน ดูแตร์เต-คาร์ปิโอ รองประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ และ รมว.ศึกษาธิการของฟิลิปปินส์ ได้ขอให้ที่ประชุมร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและสะท้อนมุมมองเชิงนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ที่มุ่งส่งเสริมความร่วมมือของภูมิภาคในขอบข่ายการเรียนรู้พื้นฐานและการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา ซึ่งตนได้เสนอมุมมองในส่วนของประเทศไทย ให้ความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ที่ทุกสิ่งอย่างจะขับเคลื่อนการทำงานด้วยเครื่องจักรกลและอิเล็กทรอนิกส์ จึงจำเป็นที่จะต้องส่งเสริมความรู้ความเข้าใจของการทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลแบบใหม่ การยกระดับความรู้และทักษะ เพื่อให้ผู้เรียนได้สามารถทดลองและเรียนรู้ด้วยตนเอง จนเกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ รวมถึงในโลกแห่งการแพทย์ นักเรียนแพทย์จะสามารถลงมือปฏิบัติได้อย่างเสมือนจริง ซึ่งการทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลแบบใหม่ จะช่วยลดขั้นตอนในการบริหารจัดการ ลดชั่วโมงการสอนของครู และช่วยให้เจ้าหน้าที่และผู้บริหารได้ทราบข้อมูลที่เป็นปัจจุบันเกี่ยวกับจุดเน้นที่จะต้องพัฒนานักเรียน ครู และผู้บริหาร.