สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ว่า กองทัพยูเครนรายงานว่า กองทัพรัสเซียยิงขีปนาวุธมากกว่า 100 ลูก โจมตีเป้าหมายทั่วยูเครน ตลอดวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่ยังคงเน้นโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าและการทำความร้อน ซึ่งกระทรวงพลังงานของยูเครนรายงานเพิ่มเติมว่า การโจมตีของรัสเซียสร้างความเสียหายให้กับโรงไฟฟ้าในอย่างน้อย 6 ภูมิภาค และทำให้ไฟดับแทบทั้งประเทศ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งแก้ไข

ไฟดับที่ตลาดแห่งหนึ่ง ในเมืองครามาทอร์สก์ ทางตะวันออกของยูเครน


ด้านรัสเซียยังไม่แสดงท่าทีอย่างเป็นทางการต่อปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นหลังประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ปิดฉากภารกิจเดินสายเยือนยุโรป ที่เป็นการเดินทางไปยังกรุงลอนดอน กรุงปารีส และสำนักงานใหญ่ของสหภาพยุโรป (อียู) ที่กรุงบรัสเซลส์ เพื่อเรียกร้องให้ตะวันตกเพิ่มความสนับสนุนด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่รัฐบาลเคียฟ โดยเฉพาะเครื่องบินขับไล่ และการเริ่มการเจรจาอย่างเป็นทางการ ในการรับยูเครนเข้าเป็นสมาชิกอียู กระนั้น เยอรมนีและฝรั่งเศสยืนกรานว่า “เรื่องนี้ไม่มีทางลัดหรือสิทธิพิเศษ”

ประชาชนหลบภัยที่สถานีรถไฟใต้ดิน ในกรุงเคียฟ ท่ามกลางการโจมตีจากรัสเซียซึ่งเกิดขึ้นด้านนอก


ขณะที่ทำเนียบขาวยืนยันว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ เตรียมเยือนโปแลนด์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 20-22 ก.พ. นี้ เพื่อร่วมแสดงจุดยืนสนับสนุนยูเครนและพันธมิตร ในโอกาสครบรอบ 1 ปี ของการทำสงครามกับรัสเซีย ซึ่งการเยือนของไบเดน “ประจวบเหมาะ” กับการที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เตรียมแถลงต่อรัฐสภา ที่กรุงมอสโก ในวันที่ 21 ก.พ. นี้.

เครดิตภาพ : AFP