สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ว่า การล่วงละเมิดเกิดขึ้นกับ นางการ์ติกา ปุสปิตาส่าหรี หญิงชาวอินโดนีเซีย วัย 40 ปี ซึ่งเป็นที่สนใจเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และจุดชนวนการประท้วงเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อคนทำงานบ้านในฮ่องกง
After the ruling, migrant rights activist Eni Lestari urged the government to speed up legal processes for compensation.
— Holmes Chan (@holmeschan_) February 10, 2023
"Workers will be so afraid to file case because it takes too long… and then more employers will take advantage to abuse more domestic workers," she said. pic.twitter.com/lQ5x6v3TmY
ตามการพิจารณาคดีของศาล นายจ้างของเธอถูกตัดสินโทษและถูกจำคุกเมื่อปี 2556 หลังพวกเขาใช้ความรุนแรงและสร้างความอับอายต่อเหยื่อนานถึง 2 ปี ไม่ว่าจะเป็น การใช้เตารีดจี้จนเป็นแผลไหม้ และการฟาดด้วยโซ่จักรยาน ส่งผลให้เธอเกิดบาดแผลทางร่างกายและความบอบช้ำทางจิตใจ
การทารุณกรรมดังกล่าวเริ่มกระจ่างขึ้น หลังเธอขอความคุ้มครองจากสถานกงสุล และเดินทางกลับอินโดนีเซียในปี 2557 โดยไม่ได้รับค่าจ้างใด ๆ จนกระทั่งวันศุกร์ที่ผ่านมา ผู้พิพากษาตัดสินว่า ปุสปิตาส่าหรี “ถูกปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรม” และจะได้รับเงืนชดใช้ความเสียหาย 868,607 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 3.7 ล้านบาท)

อนึ่ง กลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่มโต้เถียงกันมานานแล้วว่า ระบบในฮ่องกงทำให้คนทำงานบ้านเสี่ยงต่อการถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยบางคนไม่สามารถหนีออกจากสถานที่ทำงานได้ เนื่องจากมีข้อกำหนดว่า พวกเขาต้องอาศัยอยู่กับนายจ้าง
ด้านทีมทนายความของ ปุสปิตาส่าหรี ระบุว่า ความรุนแรงของอาการบาดเจ็บเป็นสิ่งที่จำกัดตัวเลือกในการหางานทำของเธอในอนาคต อีกทั้งเธอยังไม่สามารถจ่ายค่าผ่าตัดและค่ารักษาพยาบาลตามที่ต้องการได้เช่นกัน
ทั้งนี้ สามีและภรรยาที่เป็นนายจ้างของปุสปิตาส่าหรี ซึ่งได้รับโทษ 3 ปีครึ่ง และ 5 ปีครึ่ง ตามลำดับ ไม่ได้ยื่นฟ้องคดีแพ่งแต่อย่างใด.
เครดิตภาพ : AFP



