ทีมนักวิจัยจากโรงพยาบาลสวนอู่ในเครือมหาวิทยาลัยการแพทย์และการวิจัยสาธารณะแห่งปักกิ่ง ได้ตีพิมพ์ผลงานการค้นพบของพวกเขาลงในวารสาร Journal of Alzheimer’s Desease เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2566 โดยอ้างว่า พวกเขาค้นพบตัวผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก

ตามข้อมูลจากการศึกษาวิจัยในครั้งนี้พบว่า ผู้ป่วยชาย อายุ 19 ปี จากกรุงปักกิ่ง ได้รับการวินิจฉัยโรคว่า “อาจจะ” มีภาวะสมองเสื่อมหรือป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ หลังจากที่เขามีปัญหาเรื่องการขาดสมาธิและสูญเสียความทรงจำในเวลาอันสั้นตั้งแต่อายุ 17 ปี

อาการของผู้ป่วยรายนี้เริ่มที่ปัญหาเรื่องความจำ โดยเขามักจะสูญเสียความทรงจำในระยะสั้น เขาไม่สามารถจำได้ว่าตัวเองเคยวางข้าวของส่วนตัวไว้ตรงไหนบ้าง รวมถึงจำเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวันก่อนหน้านั้นไม่ได้ เขายังมีปัญหาด้านการแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบได้ช้า รวมถึงมีภาวะบกพร่องเรื่องการอ่าน

จากการตรวจของเหลวในไขสันหลังของเขา เพื่อหาสาเหตุของภาวะความจำเสื่อม ไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่เขาแสดงอาการของผู้ป่วยสมองฝ่อที่เห็นได้ค่อนข้างชัดเจน ซึ่งเข้าข่ายการเป็นผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ 

ทีมนักวิจัยและเขียนรายงาน ซึ่งนำโดยเจียเจี้ยนผิงแห่งศูนย์นวัตกรรมเพื่อการรักษาโรคระบบประสาทของโรงพยาบาล กล่าวว่า ผู้ป่วยรายนี้ไม่มีประวัติการป่วยด้วยภาวะสมองเสื่อมในครอบครัวมาก่อน รวมถึงโรคอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบ ทำให้ความจำบกพร่อง ยิ่งทำให้กรณีดังกล่าวเป็นกรณีผู้ป่วยที่หาได้ยากมาก

การค้นพบครั้งนี้ เท่ากับเป็นการสั่นคลอนความเชื่อเดิมว่า โรคอัลไซเมอร์จะเกิดขึ้นเฉพาะกับผู้สูงอายุเท่านั้น การวิจัยนี้เสนอให้มีการมุ่งเน้นไปที่โรคอัลไซเมอร์ชนิดเกิดขึ้นเร็ว (Early-onset Alzheimer’s disease) ซึ่งจะพบในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 65 ปี และยังถือว่าเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่หาได้ยาก โดยมีอัตราส่วนของผู้ป่วยประเภทนี้เพียง 5-10% ของผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ที่มีการตรวจพบ

ทีมวิจัยชี้ว่า ผู้ป่วยโรคนี้เกือบทุกคนที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี จะมีการกลายพันธุ์ของพันธุกรรมในร่างกาย ดังเช่นที่พบในผู้ป่วยอายุน้อยก่อนหน้านี้ ซึ่งมีอายุเพียง 21 ปี แต่ผู้ป่วยวัย 19 ปีรายล่าสุด เป็นกรณีพิเศษที่ไม่มีใครเหมือน เนื่องจากตรวจไม่พบว่า เขามียีนกลายพันธุ์อยู่ในตัวเลยแม้แต่น้อย

นอกจากนี้ ทีมผู้วิจัยยังเสนอแนะแนวทางเพื่อหลีกเลี่ยงการป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ว่า ควรใส่ใจเรื่องโภชนาการ, ออกกำลังกายเป็นประจำ, งดเว้นการสูบบุหรี่และบริโภคแอลกอฮอล์ รวมถึงหมั่นทำกิจกรรมฝึกสมอง โดยย้ำว่า เรื่องโภชนาการที่ถูกหลักและกิจกรรมฝึกสมอง มีส่วนช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้มากที่สุด

แหล่งข่าว : nextshark.com, j-alz.com

เครดิตภาพ : Pixabay / Raman Oza