สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ว่า คำตัดสินดังกล่าวมีขึ้น ในขณะที่เกาหลีใต้พยายามสานสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลโตเกียว เพื่อตอบโต้เกาหลีเหนือ และผ่านมาประมาณ 1 เดือน หลังรัฐบาลโซลกล่าวว่า กำลังพิจารณาการชดเชยเหยื่อจากการบังคับใช้แรงงานในช่วงสงครามของญี่ปุ่น โดยปราศจากการมีส่วนร่วมโดยตรงจากบริษัทญี่ปุ่น

ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลโซล ชาวเกาหลีราว 780,000 คน ถูกญี่ปุ่นเกณฑ์ไปเป็นแรงงานบังคับในระหว่างการยึดครองนาน 35 ปี ซึ่งไม่รวมถึงผู้หญิงที่ถูกกองทหารญี่ปุ่นบังคับให้เป็นทาสทางเพศด้วย

คดีความข้างต้นเริ่มขึ้นในปี 2562 เมื่อสมาชิกครอบครัว 5 คน ของเหยื่อคนหนึ่ง ที่มีนามสกุลว่า “คิม” ยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อบริษัท นิชิมัตสึ ของญี่ปุ่น และเรียกค่าเสียหายประมาณ 70 ล้านวอน (ราว 1.8 ล้านบาท) โดยทางครอบครัวกล่าวว่า ชายคนดังกล่าวเสียชีวิตในอีก 2 ปีต่อมา หลังถูกกดดันให้ทำงานให้กับบริษัท และได้รับความปวดร้าวทางจิตใจ เนื่องจาก “การปกครองอาณานิคมอย่างผิดกฎหมาย” ของญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม ศาลแขวงกลางกรุงโซลสรุปว่า อายุความของคดีดังกล่าวหมดลงแล้ว และปฏิเสธการตัดสินคดีให้กับโจทก์

“ข้อเรียกร้องทั้งหมดของโจทก์ถูกยกฟ้อง” ศาลแขวงกลางกรุงโซล ระบุในแถลงการณ์

แม้ประวัติศาสตร์ของทั้งสองประเทศจะมีความยากลำบาก โดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวกับยุคอาณานิคม แต่เมื่อไม่นานมานี้ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เพิ่งยกระดับการฝึกซ้อมร่วมทางทหารกับสหรัฐ อีกทั้งสามประเทศยังร่วมกันใช้มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อเกาหลีเหนือ เมื่อช่วงเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน.

เครดิตภาพ : REUTERS