สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ว่า คำสั่งของอีพีเอกำหนดให้บริษัท นอร์ฟอล์ก เซาเทิร์น ส่งแผนการทำงานเพื่อขอการอนุมัติสำหรับการจัดการที่เกี่ยวข้องกับเหตุรถไฟตกราง เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้เกิดไฟไหม้และมีกลุ่มควันทั่วเมืองใกล้เคียง โดยเฉพาะที่เมืองอีสต์ปาเลสไตน์ ทำให้ประชาชนหลายพันคนต้องอพยพ ขณะที่พนักงานรถไฟเร่งระบายและเผาทำลายสารเคมีที่เป็นพิษ

คราบน้ำมันจากขบวนรถไฟซึ่งตกราง ที่แม่น้ำสายหนึ่ง ของเมืองอีสต์ปาเลสไตน์ ในรัฐโอไฮโอ

ขณะที่นอร์ฟอล์ก เซาเทิร์น กล่าวในแถลงการณ์ทางอีเมลว่า บริษัทตระหนักถึงความรับผิดชอบในการจัดการพื้นที่เกิดเหตุ “อย่างครบถ้วนและปลอดภัย” รวมถึงการจ่ายเงินสำหรับการดำเนินการ ซึ่งทางบริษัทจะเรียนรู้จากอุบัติเหตุร้ายแรงนี้ และทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อปรับปรุงความปลอดภัยทางรถไฟต่อไป

เจ้าหน้าที่สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐตรวจสอบสภาพน้ำ และเก็บซากปลา ที่ลำธารสายหนึ่ง ในเมืองอีสต์ปาเลสไตน์ รัฐโอไฮโอ

นอกจากนี้ นอร์ฟอล์ก เซาเทิร์น กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า บริษัทได้จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือชุมชนเบื้องต้นมูลค่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 34 ล้านบาท) และแจกจ่ายความช่วยเหลือทางการเงินโดยตรงราว 3.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 118 ล้านบาท) แก่ครอบครัวมากกว่า 2,200 ครอบครัว เพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายในการอพยพ

อย่างไรก็ตาม นายจอช ชาปิโร ผู้ว่าการรัฐเพนซิลเวเนีย และสมาชิกพรรคเดโมแครต วิจารณ์นอร์ฟอล์ก เซาเทิร์น อย่างรุนแรง เกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อเหตุรถไฟตกรางดังกล่าว รวมถึงวิธีที่บริษัทตอบสนองตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ยิ่งไปกว่านั้น ชาวเมืองยังคงต้องการคำตอบเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านสุขภาพ ตลอดจนกล่าวโทษบริษัทและเจ้าหน้าที่รัฐว่า “ให้ข้อมูลไม่เพียงพอ”

ประชาชนในเมืองอีสต์ปาเลสไตน์ ที่รัฐโอไฮโอ รับแจกน้ำสะอาดจากอาสาสมัคร

ทั้งนี้ รีแกน กล่าวว่า อีพีเอจะให้นอร์ฟอล์ก เซาเทิร์น คืนเงินให้กับหน่วยงาน สำหรับบริการทำความสะอาดใด ๆ ที่มีต่อชาวเมืองและธุรกิจต่าง ๆ ซึ่งหากอีพีเอถูกบังคับให้ดำเนินงานใด ๆ ที่การรถไฟปฏิเสธที่จะทำ ทางหน่วยงานสามารถบังคับให้บริษัทจ่ายเงินเป็น 3 เท่าของการดำเนินการเหล่านั้นได้.

เครดิตภาพ : AFP