เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 69 นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีต ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ไฟป่าอย่างน่าสนใจพร้อมชี้แนะทางออก ว่า ไฟป่าลดได้ “ถ้ารัฐ ลงทุน กำจัดเชื้อเพลิง” รัฐบาลต้องยอมรับปัญหาการเกิดไฟป่า และยอมรับว่าการแก้ไขปัญหาอุปสรรคนั้น ไม่ใช่การให้กรมอุทยานฯ/ ปม / ทะเลชายฝั่ง แก้ไข กันตามแผนงบประมาณเท่าที่มี รัฐบาลโดยกระทรวงทรัพย์ฯ ต้องรู้ถึงข้อเท็จจริงของปัญหาการเกิดไฟป่า และยอมรับตนเองเสียก่อนว่า ที่ทำมา มันเป็นการแก้ไขได้แบบเฉพาะหน้าเท่านั้น (ต้องทำอย่างไร รึ ?)

ทั้งนี้ทำได้ถ้าหักดิบแบบนี้ กรมที่รับผิดชอบ เรื่องไฟป่า ต้อง 1.แต่งตั้ง ข้าราชการที่ดี มีประสบการณ์ ทำหน้าที่ควบคุมไฟป่าตรงๆ และ ให้คุมพื้นที่สำคัญ ๆ 2.ไม่รับ/เรียกเก็บ % จากงบประมาณ 3.ให้ชุมชนบริหารร่วม และจัดงบประมาณ อาสาสมัครหมู่บ้านละ 5 หมื่น (ที่มีทำไปก่อน) 4.แยกชนิดป่า ตามหลักวิชาการป่าไม้ให้ชัดเจน เช่น ป่าไม่ผลัดใบ ป่าดิบชื้น/ดิบเขา/สนเขา ป่าชายเลน ป่าพรุ และป่าผสมผลัดใบ ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าชายหาด ป่าสาธารณประโยชน์

ทำอย่างไรนั้น เริ่มโดยใช้ภาพถ่ายออร์โต้สี ย้อนหลังตีแปล ว่า ป่าไม่ผลัดใบ เดิมก่อนปี 2519 มีขอบเขตแค่ไหน (ทำแบบนี้เพื่อให้รู้ว่า หลังปี 19 ป่าดิบชื้น ดิบเขา ป่าประเภทไม่ผลัดใบ ถูกไฟป่าเผาไหม้ และ รุกล้ำเขตป่าดิบ เข้ามามากแค่ไหนแล้ว เราจะฟื้นฟูป่าที่เป็นป่าผสมผลัดใบ ให้กลับมาเป็น “ป่าไม่ผลัดใบ” เป็นป่าต้นน้ำได้อีก ! ที่นี่ เราก็จะได้วางแผน ในการจัดการไฟป่า ได้อย่างมีแบบแผน อย่างเป็นระบบ (เพราะ ป่าที่เหลือ จะต้องมีการกำจัดเชื้อเพลิง ไม่ว่าจะใช้วิธีชิงเผาก็ตาม แต่ช่วงเวลาในการชิงเผานี่นั่น สำคัญอย่างมาก)

ให้รัฐบาล โดยกระทรวงทรัพย์ฯ ของบประมาณ ให้องค์กรส่วนท้องถิ่น ตั้งโรงงาน ย่อยเศษวัชพืช กิ่งไม้ เศษไม้ปลายไม้ และ ใบไม้ ที่ พร้อมเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งมีเครื่องจักร สับไม้ ย่อยเศษวัชพืช ให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ / หรือ หมัก เมื่อเป็นปุ๋ย ก็ขายในราคาที่ถูก ให้กับชุมชน ในพื้นที่ราคาถูก !!!

ถามถึงว่าวันนี้ประชาชนทั่วไป เข้าใจ เรื่องการจัดการเชื้อเพลิงที่มีมากมายในป่า ดีแล้วหรือยัง ตอบแทนเลยยังครับ แม้กระทั่ง เจ้าหน้าที่ อาสา เอกชน แนวร่วมต่างๆ ก็ยังไม่เข้าใจการจำแนกป่าแต่ละชนิดเลยด้วยซ้ำ นี่แหละคือรัฐบาล โดยกระทรวงทรัพย์ ฯ เร่งทำแผนเลยช่วยได้แน่

อีกแรงหนึ่งคือ กระทรวงเกษตรฯ ใช้งบประมาณช่วยเหลือ ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ โดยหลังเก็บผลผลิต เกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ
ใช้งบประมาณของรัฐ “ชิง ไถกลบ ตอซัง” โดยใช้รถไถเดินตาม หรือ รถไถทั่วไป ไถกลบวัชพืช ไถหมัก เพื่อเป็นปุ๋ยพืชสด ซึ่งทางอ้อมเป็นการ “กำจัดเชื้อเพลิง”

อีกหนึ่งหน่วยงานสำคัญที่สุด คือ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ตั้งโรงงานปุ๋ย ที่ได้รับงบประมาณจากรัฐบาล ก็ใช้งบประมาณส่วนหนึ่งของตนเองดูแล เก็บเชื้อเพลิง ที่สาธารณะ เอาเข้าโรงงาน ทำปุ๋ย ให้หมด

นี่ ก็สำคัญ และ เป็นต้นทาง ไฟป่า ลุกลามเข้าพื้นที่ป่าธรรมชาติ คือ ทางหลวงแผ่นดินมาหลวงชนบท ก็เก็บวัชพืชสองข้างทางแล้วนำส่งโรงงานปุ๋ย ของท้องถิ่นนั้นได้เลย ถ้าทุกภาคส่วน ร่วมมือกันแบบนี้ จบบริบูรณ์ พูลสวัสดิ์.