หลังเกิดปรากฏการณ์ซากสถานีรถไฟโบราณ “บ้านนิเถะ” จากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 โผล่พ้นน้ำเหนือแม่น้ำรันตี ที่บริเวณบ้านสะพานรันตี ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี โดยปรากฏขึ้นของร่องรอยทางประวัติศาสตร์อื่นอีกมากมาย นั้น
พบอีก! ‘แบงก์ญี่ปุ่น’ ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ‘ฝาถังน้ำมัน’ โผล่เส้นทางรถไฟสายมรณะ
‘รถไฟสายมรณะ’ น้ำยิ่งลดร่องรอยยิ่งโผล่ พบอุปกรณ์แพทย์-คูเลต-หลุมหลบภัย
ตื่นตา ‘สถานีนิเถะ’ โผล่พ้นน้ำ ร่องรอยรถไฟสงครามโลกครั้งที่ 2 กลางสังขละบุรี
เมื่อวันที่ 26 เม.ย. เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ ได้เปิดเผยเรื่องราวของสภาพของสถานีนิเถะ ที่หลายคนสงสัยว่า ทำไมรางรถไฟและไม้หมอนหายไปแทบทั้งหมด
หลังสงครามสิ้นสุดลงไม่นาน ช่วงต้นปี 1946 ทหารอังกฤษ สั่งรื้อทางรถไฟบริเวณด่านพระเจดีย์สามองค์ออก เป็นระยะทางในพม่า 30 กิโลเมตร ระยะทางฝั่งไทยอีก 6 กิโลเมตร ปิดฉากการเดินรถข้ามชายแดนไทย-พม่า ตั้งแต่บัดนั้น แต่ยังมีรถไฟวิ่งบนเส้นทางรถไฟสายมรณะอยู่ เพื่อส่งเสบียง ทยอยรับเชลยศึกกลับออกจากค่ายตามแนวเส้นทางรถไฟสายมรณะ

ในขณะนั้นรัฐบาลไทยได้ขอซื้อทางรถไฟสายมรณะจากอังกฤษ เพราะกลัวอังกฤษจะเข้ามายึดครองพื้นที่ของไทยตลอดแนวเส้นทางรถไฟ อังกฤษที่ถังแตกในช่วงนั้นไม่มีงบประมาณที่จะมาช่วยดูแลอาณานิคม เห็นว่าเป็นโอกาสที่จะใช้เงินที่ได้มาซ่อมแซมอาณานิคมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงตกลงราคากันที่ 50,000,000 บาท ทั้งรางรถไฟ อุปกรณ์เกี่ยวกับการเดินรถ อุปกรณ์ล้อเลื่อน (ตู้ขบวนรถไฟ หัวรถจักร รถตรวจการณ์) ตัวสถานี และอื่นๆ

ทหารสัมพันธมิตรขนเอาเชลยศึกออกจากพื้นที่หมดแล้ว ในช่วงปลายปี 1946 เกิดการโจรกรรมครั้งใหญ่เพราะทหารและตำรวจไทยเข้าไปคุ้มกันดูแลทรัพย์สินตามเส้นทางรถไฟสายมรณะได้ไม่ทันท่วงที
หลังจากที่ได้ทางรถไฟสายมรณะมาในครอบครอง รัฐบาลไทยโดย หม่อมหลวงกรีย์ เดชาติวงศ์ ต้องการรื้อฟื้นใช้งานเส้นทางนี้ จึงได้นำคณะลงไปตรวจพื้นที่จริง เคราะห์ร้าย คณะที่เดินทางไปบนเส้นทางรถไฟสายนี้ ประสบอุบัติเหตุรถตกลงไปในลำห้วยลึกหลายเมตร เป็นเหตุให้หม่อมหลวงกรีย์เสียชีวิต

1948 เป็นต้นมาถึง 1954 กรมรถไฟหลวงหรือการรถไฟแห่งประเทศไทย มีการซ่อมแซมเส้นทางจากหนองปลาดุกถึงสถานีวังโพ (และต่อขยายถึงสถานีน้ำตกในภายหลัง)
ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันปี 1951-1954 การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ให้ บริษัท เฉลิม เป็นผู้รับเหมาในการรื้อถอนรางรถไฟและอุปกรณ์ควบต่างๆ เช่น ไม้หมอนที่ทำจากไม้สัก สะพานที่เป็นไม้ดี และเครื่องประกอบรางอื่นๆ เป็นระยะทาง 55 กิโลเมตรจากสถานีนิเถะ-ท่ามะยอ (จมน้ำอยู่ใต้เขื่อนทั้งคู่) และให้ผู้รับเหมาบริษัทเฉลิม นำรางรถไฟและวัสดุอื่นๆ ลงมาส่งยังสถานีวังโพ เพื่อรอการตรวจนับ การรื้อเอาทุกอย่างที่เป็นทรัพย์สินที่พอจะเคลื่อนย้ายได้กลับมา
การรื้อทั้งช่วงที่ 1 คือ นิเถะ-ท่ามะยอ ของบริษัทเฉลิม และช่วงที่ 2 ท่ามะยอ-น้ำตก ของบริษัทถาวรวิศวการนั้น มีน้ำหนักเฉพาะเหล็กรางรถไฟ และอุปกรณ์ประกอบราง ประแจ หนักรวม 8,400 ตัน แต่ที่ใช้งานได้จริง 7,900 ตัน มีพวกเศษๆ เหลือรอดจากการรื้อถอนและตกหล่นตามที่ต่างๆ เช่น พวกรางที่ถูกระเบิดขาดพังเสียหายในลำห้วย หรือที่ต่างๆ ตลอดจนรางที่อยู่ในป่าที่ช่างอาจจะไม่เห็น
แต่ของพวกนี้ที่เหลือไม่รอดสายตาของคนไทยชาวบ้านนายทุนไปได้ ถูกตัดเอาไปขายเป็นเศษเหล็กจนหมด ทำให้ของทุกวันนี้เราแทบไม่เห็นรางรถไฟในพื้นที่แถบนี้



ส่วนไม้หมอนที่เห็นบ้างเล็กน้อยคงเป็นไม้ที่เหลือๆ ที่ไม่ได้ถูกรื้อออกไป เข้าใจว่าเพราะยากแก่การรื้อถอนต้องขุดดินและหินออก จึงมีไม้หมอนเหลืออยู่บางอันในหลายจุดหลายพื้นที่.
ขอบคุณข้อมูลจาก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ / ฟาร์มอ้นสังขละบุรี / กาแฟโพย่าสังขละบุรี



