เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่วัดพระพุทธแสงธรรม อ.หนองแค จ.สระบุรี สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อคฺคชิโน) กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณูปการของ มส. ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ เป็นประธานการประชุมชี้แจงแผนยุทธศาสตร์โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566-2570) พิธีมอบโล่รางวัล พัดเกียรติยศ และเกียรติบัตร วัดต้นแบบ ประจำปี พ.ศ. 2565 และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดำเนินโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข โดยคณะสงฆ์ องค์กรภาครัฐ และเอกชนจำนวน 15 องค์กร อาทิ มหาเถรสมาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงวัฒนธรรม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน บริษัท เนเจอร์กิฟ จำกัด เป็นต้น

สำหรับวัดต้นแบบ โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ประจำปี 2565 ระดับหน ประกอบด้วย คณะสงฆ์หนกลาง ระดับดีเยี่ยม วัดมเหยงคณ์ จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับดีเด่น วัดขนอน จ.ราชบุรี วัดบางอ้อยช้าง จ.นนทบุรี ระดับดี วัดนาโคก จ.สมุทรสาคร วัดหนองสังข์ประชาบำรุง จ.ชลบุรี วัดสระเนินพระราม จ.ชัยนาท คณะสงฆ์หนเหนือ ระดับดีเยี่ยม วัดพระธาตุผาเงา จ.เชียงราย ระดับดีเด่น วัดไพรสณฑ์รัตนาราม (ธ) จ.กำแพงเพชร วัดวังสิงห์คำ จ.เชียงใหม่ วัดบ้านใหม่โพธิ์เย็น จ.อุตรดิตถ์ คณะสงฆ์หนตะวันออก ระดับดีเยี่ยม วัดบ้านหนองหว้า จ.อุบลราชธานี วัดดาวเรือง จ.ชัยภูมิ วัดศรีจุฬา จ.นครนายก วัดปิยะมงคล จ.กาฬสินธุ์ วัดมหาพรหมโพธิราช จ.สกลนคร คณะสงฆ์หนใต้ ระดับดีเยี่ยม วัดบางครั่ง จ.พังงา วัดลานแซะ จ.พัทลุง ระดับดีเด่น วัดศรีพิบูลย์ (ธ) จ.นครศรีธรรมราช

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กล่าวว่า โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข เป็นหนึ่งในงานปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา มุ่งพัฒนาวัดและชุมชนให้เรียบร้อย เป็นศูนย์การเรียนรู้และการพัฒนาจิตใจของประชาชน มีแผนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ โดยดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2561 หัวใจของโครงการ คือ กลไกการสร้างสายสัมพันธ์ความร่วมแรงร่วมใจกันของวัด ชุมชน และภาคเครือข่ายในท้องถิ่นด้วยอุดมการณ์ร่วมกัน คือ ศรัทธาในพระพุทธศาสนา และเจตจำนงให้วัดเป็นสถานที่สัปปายะ เป็นสถานที่พักแก่ผู้เข้ามาพึ่งพาบำบัดทุกข์และเสริมสร้างความสุขทั้งแก่กายและใจ อันจะนำไปสู่ความวัฒนาสถาวรของชาติและสถาบันพระพุทธศาสนา โดยหวังว่า โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข จะนำไปสู่การพัฒนาวัดและชุมชนให้มีการจัดการสิ่งแวดล้อมและการจัดการมรดกวัฒนธรรมของวัดให้มีความเจริญรุ่งเรือง สำหรับการดำเนินการโครงการระยะที่ 2 มีแผนการดำเนินงาน 5 หมวดเป็นนโยบายหลักในการดำเนินงาน คือ 1.การบริหารจัดการโครงการ 2.การพัฒนาพื้นที่ในวัด 3.การส่งเสริมสุขภาพ และสิ่งแวดล้อมภายในวัด 4.การจัดการทรัพยากรทางวัฒนธรรม 5.การจัดการพื้นที่ทางจิตใจและปัญญา

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กล่าวต่อไปว่า โครงการดังกล่าวจะนำความเจริญมาในพระพุทธศาสนา และจะสามารถช่วยลบข้อครหาที่มีต่อพระสงฆ์ได้ เพราะสังคมรุ่นใหม่มักมองภาพพระสงฆ์ในทางลบ มองไม่เห็นว่าพระทำประโยชน์ให้สังคมอย่างไรบ้าง ทั้งที่ความจริงแล้วพระสงฆ์ทำประโยชน์ให้สังคมจำนวนมาก ทั้งสร้างโรงเรียน สร้างโรงพยาบาล การดำเนินการโครงการดังกล่าวจะทำให้สังคมเห็นประโยชน์ของพระพุทธศาสนา และนำหลักพระพุทธศาสนาไปประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน และจะส่งผลให้พระพุทธศาสนามีความมั่นคง    

พระธรรมรัตนาภรณ์ (สมศักดิ์ โชตินฺธโร) เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต จ.ปทุมธานี  ประธานอนุกรรมการโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ส่วนกลาง กล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินการในระยะที่ 1 ระหว่าง พ.ศ. 2561-2565 มีผลการดำเนินการ ดังนี้ ด้านจำนวนวัดและประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ พบว่า มีวัดที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 22,574 วัด จาก 42,469 วัดทั่วประเทศ หรือคิดเป็นร้อยละ 53.15 แบ่งเป็นวัดที่เข้าสู่มาตรฐานจำนวน 19,632 วัด วัดสร้างมาตรฐานระดับดี 2,117 วัด ระดับสร้างมาตรฐานดีเด่น 679 วัด และระดับดีเยี่ยมจำนวน 146 วัด โดยมีวัดที่ได้รับทุนอุดหนุนกิจกรรมจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจำนวน 2,178 วัด ซึ่งเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ที่กำหนดร้อยละ 50 ของวัดทั่วประเทศภายในระยะเวลา 5 ปี