สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ว่า สมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) มีมติในการประชุม เมื่อวันพฤหัสบดี ด้วยเสียงข้างมาก 141 เสียง สนับสนุนมติเรียกร้อง “สันติภาพที่ครอบคลุมและยั่งยืน” ในยูเครน การสนับสนุนอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน และเรียกร้องการถอนทหารของรัสเซีย นับตั้งแต่เข้าไปปฏิบัติการ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565
The General Assembly has called for an end to the war in Ukraine and demanded Russia’s immediate withdrawal from the country, in line with the UN Charter.
— United Nations (@UN) February 23, 2023
The special #UNGA session comes one year after Russia’s full-scale invasion of Ukraine. https://t.co/HTW3SeutBj pic.twitter.com/HGIkLIE0Hq
It has been 1 year since Russia's full-scale invasion of Ukraine.
— United Nations (@UN) February 23, 2023
Lives have been devastated, but together, we helped 16 million people in the country.@UNOCHA has 7 reasons why the people of Ukraine need our continued support. https://t.co/e8w4Fivcl0 pic.twitter.com/Zctwc5rOEz
ทั้งนี้ 6 ประเทศออกเสียงคัดค้าน ได้แก่ รัสเซีย เบลารุส เกาหลีเหนือ เอริเทรีย มาลี นิการากัว และซีเรีย ขณะที่ 32 ประเทศงดออกเสียง รวมถึงจีน อินเดีย และแอฟริกาใต้ และที่เหลืออีก 14 ประเทศไม่เข้าร่วมการประชุม
ในส่วนของการลงมติโดย 10 ประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) นั้น มีเพียงลาวและเวียดนามที่งดออกเสียง อีก 8 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา บรูไน สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เมียนมา และไทย ออกเสียงสนับสนุน
แม้การลงมติของยูเอ็นจีเอ ไม่ว่าเกี่ยวกับเรื่องใดก็ตาม ไม่มีผลผูกพันในทางกฎหมายระหว่างประเทศ แต่เป็นการดำเนินการซึ่งถือกันว่า มีน้ำหนักมากในทางการทูต นายวาสซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ ประณามตะวันตกใช้ยูเครนเป็น “เครื่องสังเวย” เพื่อปรับเปลี่ยนโลกให้มีแนวคิดตามที่ตัวเองต้องการ “เพื่อรักษาความเป็นเจ้าโลก”
ขณะที่นายไต้ ปิง อัครราชทูตจีนประจำยูเอ็น กล่าวว่า ความขัดแย้งในยูเครนผ่านพ้นมานาน 1 ปีแล้ว และกำลังล่วงเข้าสู่ปีที่สอง สถานการณ์ที่เกิดขึ้นคือตัวอย่างชัดเจนว่า “การส่งมอบอาวุธไม่ได้ช่วยสร้างสันติภาพ” ในทางตรงกันข้าม การทำเช่นนี้คือการสุมไฟความขัดแย้งให้ลุกลามและขยายวงกว้าง และทำให้ประชาชนทั่วไปต้องเป็นผู้รับเคราะห์
The United Nations General Assembly overwhelmingly isolated #Russia on Thursday, marking one year since Moscow invaded #Ukraine by calling for a "comprehensive, just and lasting peace" and again demanding Moscow withdraw its troops and stop fighting. pic.twitter.com/iEOvjsfmzH
— Michelle Nichols (@michellenichols) February 23, 2023
ด้านนายเน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ วิจารณ์การออกเสียงของจีนว่า แม้ในทางทฤษฎีถือว่า “เป็นการไม่เลือกข้าง” แต่เมื่อประเมินจากสถานการณ์ตามความเป็นจริง รัฐบาลปักกิ่ง “เลือกแล้วว่าจะอยู่ข้างไหน”
อนึ่ง มติที่มีผลผูกพันในทางกฎหมายระหว่างประเทศ คือมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ที่ประชุมแทบไม่สามารถออกมติใดได้มากนัก ยิ่งตอกย้ำความเห็นต่างระหว่าง 5 ประเทศสมาชิกถาวร ซึ่งมีอำนาจวีโต้ ได้แก่ สหรัฐ รัสเซีย จีน สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส.
เครดิตภาพ : AFP





