สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ว่า มาเลเซียกักกันชาวต่างชาติที่ไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศ รวมถึงผู้ลี้ภัยเป็นประจำ ทว่าศูนย์กักกันกลับมีสภาพที่แออัดและไม่ถูกสุขลักษณะ อีกทั้งผู้ถูกกักกันยังไม่สามารถเข้าถึงอาหาร, น้ำ และการดูแลสุขภาพที่เพียงพอ
The Malaysian government is being pressed "to investigate conditions at migrant detention centers after the government said 150 foreigners, including seven children, died at the facilities last year." https://t.co/DP2Hjtnnsu
— Kenneth Roth (@KenRoth) February 23, 2023
ในการตอบกลับแบบเป็นลายลักษณ์อักษร ต่อคำถามของรัฐสภา ประจำสัปดาห์นี้ นายไซฟุดดิน อิสมาอิล รมว.มหาดไทยของมาเลเซีย ระบุว่า ชาวต่างชาติ 150 คน ซึ่งในจำนวนนั้นเป็นเด็ก 7 คน และผู้หญิง 25 คน เสียชีวิตในศูนย์กักกันเมื่อปีที่แล้ว แต่เขาไม่ได้เปิดเผยถึงสาเหตุการเสียชีวิต หรือจำนวนผู้อพยพที่อยู่ในศูนย์แต่อย่างใด
“ข้อเท็จจริงที่ว่ามีชาวต่างชาติจำนวนมาก รวมถึงเด็ก เสียชีวิตในการกักกัน ถือเป็นความผิดร้ายแรงของความล้มเหลวของมาเลเซีย ในการปฏิบัติต่อมนุษย์ผู้มีสิทธิ” นายฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียจากองค์กรสิทธิมนุษยชน “ฮิวแมน ไรท์ส วอทช์” (เอชอาร์ดับเบิลยู) กล่าว

ทั้งนี้ มาเลเซียไม่ยอมรับผู้ลี้ภัย และให้สิทธิเพียงเล็กน้อยแก่ผู้ที่ได้รับความคุ้มครอง จากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ซึ่งมาเลเซียปฏิเสธไม่ให้เข้าศูนย์กักกัน นับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2562 และขัดขวางความพยายามในการปล่อยและย้ายตัวผู้ขอลี้ภัย
ขณะที่องค์การนิรโทษกรรมสากล “แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล” กล่าวว่า การเข้าถึงที่จำกัด และการขาดการตรวจสอบอย่างเป็นอิสระนั้น ก่อให้เกิดอันตราย และเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างโปร่งใส ต่อเหตุการณ์เสียชีวิตข้างต้น พร้อมเสริมว่า มันเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล ที่จะต้องดำเนินการอย่างเปิดเผยและเร่งด่วน.
เครดิตภาพ : REUTERS



