สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ว่า มาเลเซียกักกันชาวต่างชาติที่ไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศ รวมถึงผู้ลี้ภัยเป็นประจำ ทว่าศูนย์กักกันกลับมีสภาพที่แออัดและไม่ถูกสุขลักษณะ อีกทั้งผู้ถูกกักกันยังไม่สามารถเข้าถึงอาหาร, น้ำ และการดูแลสุขภาพที่เพียงพอ

ในการตอบกลับแบบเป็นลายลักษณ์อักษร ต่อคำถามของรัฐสภา ประจำสัปดาห์นี้ นายไซฟุดดิน อิสมาอิล รมว.มหาดไทยของมาเลเซีย ระบุว่า ชาวต่างชาติ 150 คน ซึ่งในจำนวนนั้นเป็นเด็ก 7 คน และผู้หญิง 25 คน เสียชีวิตในศูนย์กักกันเมื่อปีที่แล้ว แต่เขาไม่ได้เปิดเผยถึงสาเหตุการเสียชีวิต หรือจำนวนผู้อพยพที่อยู่ในศูนย์แต่อย่างใด

“ข้อเท็จจริงที่ว่ามีชาวต่างชาติจำนวนมาก รวมถึงเด็ก เสียชีวิตในการกักกัน ถือเป็นความผิดร้ายแรงของความล้มเหลวของมาเลเซีย ในการปฏิบัติต่อมนุษย์ผู้มีสิทธิ” นายฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียจากองค์กรสิทธิมนุษยชน “ฮิวแมน ไรท์ส วอทช์” (เอชอาร์ดับเบิลยู) กล่าว

ผู้อพยพหญิงภายในศูนย์กักกัน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

ทั้งนี้ มาเลเซียไม่ยอมรับผู้ลี้ภัย และให้สิทธิเพียงเล็กน้อยแก่ผู้ที่ได้รับความคุ้มครอง จากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ซึ่งมาเลเซียปฏิเสธไม่ให้เข้าศูนย์กักกัน นับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2562 และขัดขวางความพยายามในการปล่อยและย้ายตัวผู้ขอลี้ภัย

ขณะที่องค์การนิรโทษกรรมสากล “แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล” กล่าวว่า การเข้าถึงที่จำกัด และการขาดการตรวจสอบอย่างเป็นอิสระนั้น ก่อให้เกิดอันตราย และเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างโปร่งใส ต่อเหตุการณ์เสียชีวิตข้างต้น พร้อมเสริมว่า มันเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล ที่จะต้องดำเนินการอย่างเปิดเผยและเร่งด่วน.

เครดิตภาพ : REUTERS