สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ว่า ตามรายงานขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) และหน่วยงานอื่น ๆ ของยูเอ็น อัตราการเสียชีวิตของมารดาโดยรวมลดลง 34.3% ในช่วงระยะเวลา 20 ปี อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตจากการตั้งครรภ์หรือการคลอดบุตรเกือบ 800 คนต่อวัน เมื่อปี 2563 นั้นหมายความว่า มีผู้หญิงเสียชีวิตประมาณ 1 คนในทุก ๆ 2 นาที
“ขณะที่การตั้งครรภ์ควรเป็นช่วงเวลาแห่งความหวังอันยิ่งใหญ่ และเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับผู้หญิงทุกคน แต่มันยังคงเป็นประสบการณ์ที่น่าเศร้าและอันตรายอย่างน่าตกใจ ต่อผู้คนหลายล้านคนทั่วโลก” นพ.เทดรอส แอดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการดับเบิลยูเอชโอ กล่าว “สถิติใหม่เหล่านี้เผยให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อทำให้แน่ใจว่าผู้หญิงและเด็กผู้หญิงทุกคนเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่สำคัญ และพวกเธอสามารถใช้สิทธิในการเจริญพันธุ์ได้อย่างเต็มที่”
Every 2 minutes, a woman dies during pregnancy or childbirth:
— World Health Organization (WHO) (@WHO) February 23, 2023
???? UN report
Most of these deaths are preventable with the right care, at the right time https://t.co/7FegPsNvgZ
#HealthForAll pic.twitter.com/pcznUFwy0r
ด้าน นางเจนนี เครสเวลล์ ผู้เขียนรายงาน ระบุว่า การเสียชีวิตของมารดายังกระจุกตัวอยู่ในภูมิภาคยากจนที่สุดในโลก และในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง ดังเช่นในอัฟกานิสถาน, สาธารณรัฐแอฟริกากลาง, ชาด, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก), โซมาเลีย, ซูดานใต้, ซูดาน, ซีเรีย และเยเมน ที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึง 2 เท่า
รายงานระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ มีทั้งเลือดออกรุนแรง, การติดเชื้อ, ภาวะแทรกซ้อนจากการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย และโรคประจำตัว ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถป้องกันและรักษาได้
ทั้งนี้ ดับเบิลยูเอชโอ กล่าวว่า มันเป็น “เรื่องสำคัญอย่างยิ่ง” ที่ผู้หญิงต้องควบคุมอนามัยการเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะเรื่องการมีบุตรหรือไม่ และเมื่อใด เพื่อที่พวกเธอจะสามารถวางแผน และเว้นระยะการคลอดบุตรเพื่อรักษาสุขภาพของตัวเอง.
เครดิตภาพ : AFP



