สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ว่า ไป่ตู้ บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเสิร์ชเอนจินของจีน ซึ่งสร้างรายได้ส่วนใหญ่จากโฆษณาออนไลน์ พบว่า ผู้ลงโฆษณากำลังกลับมา หลังจีนยกเลิกนโยบายโควิดเป็นศูนย์ เพื่อส่งเสริมโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศ
รายรับในไตรมาสที่ 4 ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. ที่ผ่านมา อยู่ที่ราว 33,000 ล้านหยวน (ประมาณ 166,000 ล้านบาท) ซึ่งมากกว่าตัวเลขที่นักวิเคราะห์ประมาณการไว้ที่ 32,000 ล้านหยวน (ประมาณ 161,000 ล้านบาท)
ขณะที่รายได้จากการตลาดที่ไม่ใช่ออนไลน์ของไป่ตู้เพิ่มขึ้น 11% เป็น 7,600 ล้านหยวน (ประมาณ 38,000 ล้านบาท) อันเป็นผลมาจากธุรกิจเอไอและคลาวด์ แต่มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ของจีน ซึ่งเข้มงวดอย่างมาก ทำให้รายรับการตลาดออนไลน์ของบริษัทลดลง 6% เป็น 18,100 ล้านหยวน (ประมาณ 91,000 ล้านบาท) ในไตรมาสที่รายงาน
Baidu beats fourth-quarter revenue estimates, flags chatbot launch https://t.co/cKkKDORX58 pic.twitter.com/sc1ONdENHA
— Reuters (@Reuters) February 22, 2023
“ปี 2565 เป็นปีที่ท้าทาย และในปี 2566 เราเชื่อว่าจะมีเส้นทางที่ชัดเจน ในการเร่งการเติบโตของรายได้อีกครั้ง อีกทั้งพวกเราในตอนนี้ยังอยู่ในตำแหน่งที่ดีสำหรับการใช้โอกาส ที่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจีนมอบให้กับเรา” นายโรบิน หลี่ ผู้บริหารสูงสุดของไป่ตู้ กล่าว
ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการวิจัยและการพัฒนาของบริษัทตลอดปี 2565 อยู่ที่ 23,300 ล้านหยวน (ประมาณ 117,000 ล้านบาท) หรือคิดเป็น 18.8% ของรายได้ เนื่องจากบริษัทมีแผนที่จะรวม “เออร์นีย์ บอต” (Ernie Bot) ซึ่งกำลังได้รับความสนใจอย่างมาก เข้ากับธุรกิจกระแสหลักของไป่ตู้ ไม่ว่าจะเป็น เสิร์ชเอนจิน, คลาวด์ และรถยนต์อัจฉริยะ
Baidu said its fleet of robotaxis in China’s central city of Wuhan has increased to more than 100 fully driverless cars pic.twitter.com/2I1gK8PnvB
— Reuters (@Reuters) February 25, 2023
“ตลาดเอไอของจีนกำลังจะเผชิญกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งปล่อยมูลค่าเชิงพาณิชย์แบบทวีคูณอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน” หลี่ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้พัฒนาเออร์นีย์ บอต พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อทำให้แน่ใจว่า แชตบอตตัวนี้จะพร้อมใช้งานโดยเร็วที่สุด และมันจะถูกฝังอยู่ในเสิร์ชเอนจินของไป่ตู้เป็นที่แรกอีกด้วย.
เครดิตภาพ : AFP



