สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ว่า รัฐบาลจอร์แดนเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาระหว่างคณะผู้แทนระดับสูงของอิสราเอล และปาเลสไตน์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่เมืองอากาบา ทางตอนกลางของประเทศ เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่าย ซึ่งทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยมีตัวแทนจากสหรัฐและอียิปต์ร่วมสังเกตการณ์ด้วย


แม้ที่ประชุมออกแถลงการณ์ร่วมกันในเวลาต่อมา “ยืนยัน” เกี่ยวกับ “การประสานงาน” เพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดความรุนแรง และความพร้อมในการระงับใช้ “มาตรการฝ่ายเดียว” เป็นเวลาระหว่าง 3-6 เดือน ซึ่งรวมถึงการที่รัฐบาลอิสราเอลระงับการหารือเกี่ยวกับ โครงการขยายอาณาเขตนิคมยิวในเขตเวสต์แบงก์ เป็นเวลา 4 เดือน และการระงับใช้ “อำนาจนอกอาณาเขต” เป็นเวลา 6 เดือน

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของอิสราเอลตรึงกำลัง ที่เมืองฮูวารา ในเขตเวสต์แบงก์


อย่างไรก็ตาม นายเบซาเลล สโมตริช รมว.การคลังอิสราเอล ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลโครงการขยายอาณาเขตของนิคมชาวยิวในเขตเวสต์แบงก์ด้วย กล่าวว่า รัฐบาลอิสราเอล “ไม่มีทางยอมรับ” เงื่อนไขส่วนนี้ ขณะที่มีการวิเคราะห์ว่า เรื่องนี้มีแนวโน้มสร้างความขัดแย้งครั้งใหญ่ให้กับรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ซึ่งถือเป็น “รัฐบาลขวาจัดที่สุด” ในประวัติศาสตร์การเมืองของอิสราเอล


อนึ่ง อิสราเอลยึดครองเขตเวสต์แบงก์ นับตั้งแต่ชนะสงครามหกวัน เมื่อปี 2510 และนับตั้งแต่ต้นปีนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของอิสราเอล “วิสามัญผู้ต้องสงสัยเป็นสมาชิกกลุ่มหัวรุนแรง” อย่างน้อย 63 ราย รวมถึงชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 11 ราย ซึ่งเสียชีวิตจากปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่อิสราเอล ที่เมืองนาบลุส ในเขตเวสต์แบงก์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ถือเป็นปฏิบัติการในพื้นที่ครั้งนองเลือดที่สุดภายในวันเดียว โดยเจ้าหน้าที่ของอิสราเอล นับตั้งแต่ปี 2548.

เครดิตภาพ : AFP