จากกรณี นายแทนไท ณรงค์กูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด พร้อมด้วย นายนิติศักดิ์ มีขวด ทนายความ เข้าพบและให้การกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ศูนย์คดียาเสพติด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตามหมายเรียกครั้งแรกในฐานะพยาน หลังพนักงานสอบสวนพบเส้นทางการเงิน เชื่อมโยงกับนายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ “นอท กองสลากพลัส” จำนวนหลายร้อยล้านบาทนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ที่ศูนย์คดียาเสพติด (ศูนย์ราชการฯ อาคารเอ) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ หลังผ่านไปสองชั่วโมงครึ่ง นายแทนไท ได้ออกมาเปิดเผยว่า วันนี้หลักฐานที่นำมาชี้แจงพนักงานสอบสวนคือ สัญญาการกู้ยืมเงิน ภาพหลักฐานที่เรานำเงินกู้ให้เขา และรู้สึกดีที่ได้เข้ามาชี้แจงกับดีเอสไอ และได้ชี้แจงครบถ้วนทุกประเด็น อีกทั้งหลังจากนี้ ตนจะไม่ได้เข้ามาให้การใดๆ แล้ว เพราะได้ให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนครบถ้วน แต่ทางพนักงานสอบสวนอาจจะมีการเรียกพยานอื่นๆ เพิ่มเติม

นายแทนไท เผยอีกว่า เงินจำนวน 200 ล้านบาท ที่ให้ นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท กองสลากพลัส กู้ยืมนั้นเป็นของบริษัท โดยแบ่งเป็นสองยอดคือ 150 ล้านบาท และ 50 ล้านบาท ที่สังคมสงสัยกันว่าเป็นเงินทิพย์ เงินหาย แต่ตนยืนยันว่าเงินไม่ได้หาย ซึ่งตามหลักแล้ว ตนใช้เงินบริษัทในการจ่ายแคชเชียร์เช็ค เพื่อทำสัญญาเงินกู้ให้กับทางบริษัท ลอตเตอรี่ออนไลน์ จำกัด จึงเป็นเหตุทำให้ดีเอสไอไม่พบเหตุที่มาของเงิน เพราะตนจ่ายผ่านแคชเชียร์เช็ค วันนี้เลยนำสำเนาเเคชเชียร์เช็ค มาแสดงให้พนักงานสอบสวน อย่างไรก็ตาม ปกติแล้วเวลาตนให้บริษัทใดกู้ยืมเงิน จะใช้วิธีการสั่งจ่ายผ่านเช็ค เลยไม่เห็นเส้นเงินจากตนไปถึงผู้กู้

เมื่อถามว่าแทนไทรู้จักกับนอทได้อย่างไร นายแทนไท ระบุว่า รู้จักกับทางคุณนอท เนื่องจากมีคนติดต่อเข้ามาแต่ว่าตนไม่ได้อ่านข้อความ จนทีมงานคุณนอทได้ติดต่อผ่านทางเพื่อนของตน ทำให้รู้จักกันในภายหลัง โดยคุณนอทติดต่อมาเพื่อเสนอแนวทางการทำธุรกิจของเขา อยากได้เงินกู้ รวมถึงทางคุณนอทได้แจ้งว่าจะกู้ยืมเงินเพื่อไปประกอบธุรกิจสลากกินแบ่งออนไลน์ ซึ่งตนทราบดี ทั้งนี้ ภายหลังจากที่คุณนอทถูกแจ้งข้อกล่าวหา ก็ไม่ได้พูดคุยกัน แต่มีอัปเดตกันบ้างบางคราว

นอกจากนี้ นายแทนไท ยังระบุว่า ในช่วงที่คุณนอทมีกระแสข่าวเกิดขึ้น ตนได้พยายามบอกยกเลิกสัญญาจนกระทั่งได้วันที่ 30 ม.ค. 66 ที่เขาตกลงโอนคืนเงินให้ และที่เราต้องยกเลิกสัญญาเพราะว่าในฐานะนายทุน ก็จะต้องพิจารณาดูว่าเขาจะสามารถทำธุรกิจต่อได้ไหม เพราะเราก็ต้องปกป้องเงินของเราด้วย ส่วนเงินที่ตนให้นอทกู้ยืม เป็นเงินจากการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด
เมื่อถามว่าเหตุใดถึงให้ นายพันธ์ธวัช กู้ยืมเงิน มองธุรกิจของ นายพันธ์ธวัช ในตอนนั้นอย่างไร แทนไท ระบุว่า จากที่ทุกคนเห็นคือธุรกิจของเขาก้าวกระโดดมากและมีการลงโฆษณาทั่วบ้านเมือง ยิ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ตนมั่นใจว่าธุรกิจเขาจะไปได้อีกไกล ซึ่งตอนนั้นตนพร้อมจะสนับสนุนทุกอย่าง แต่สุดท้ายเป็นอย่างนี้ ก็ต้องยอมรับ ทั้งนี้ นายแทนไท ยังยืนยันว่า ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บการพนันออนไลน์ใด ๆ ทั้งสิ้น และจากคดีปี 53 ก็มีคำสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดออกมาแล้ว

ด้าน นายนิติศักดิ์ มีขวด ทนายความ เผยว่า ทางคุณแทนไทและบริษัทไม่ได้เข้าไปร่วมลงทุนหรือมีส่วนในธุรกิจสลากกินแบ่งลอตเตอรี่ออนไลน์ของกองสลากพลัส เราเพียงแค่ให้เงินกู้ยืม และได้ส่วนแบ่งเป็นดอกเบี้ย ส่วนการจัดการบริหาร เป็นในส่วนของบริษัทกองสลากพลัส โดยที่นายแทนไทไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ส่วนเงิน 200 ล้านบาทเป็นเงินต้น แต่เราได้มีการยกเลิกสัญญาเงินกู้ระหว่างกัน เพราะในช่วงนั้นมีกระแสข่าวด้านลบเกิดขึ้นกับผู้กู้ ซึ่งในฐานะผู้ให้กู้ จึงเกรงว่าอาจจะได้รับผลกระทบในคดีที่ผู้กู้กำลังถูกตรวจสอบ จึงยกเลิกสัญญาตามที่เข้าเงื่อนไข และก็ได้รับเงินคืนมา อย่างไรก็ตาม เราได้นำสเตตเมนต์มายืนยันด้วย เพื่อแสดงให้พนักงานสอบสวนดูว่า มีการโอนเงิน-รับเงินอย่างไร ตามธุรกิจที่มีการให้กู้ยืมเงินกัน
ส่วนสาเหตุที่นายแทนไทให้นายพันธ์ธวัช กู้ยืมเงินสองรอบนั้น ทนายนิติศักดิ์ ระบุว่า เป็นไปตามความประสงค์ของผู้กู้ เพราะเขาประสงค์ที่จะกู้ยืมเงินเพิ่ม จึงทำให้มีการกู้ยืมเงินเป็นสองงวด ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่เราก็ได้มีเงื่อนไขตกลงกันไว้ว่า หากเงินที่กู้ยืมได้ มีการนำไปทำธุรกิจที่ผิดกฎหมาย หรือทำในทางที่เสื่อมเสีย ก็ถือว่าผิดสัญญาการกู้ยืมเงิน จึงต้องบอกเลิกสัญญาการกู้ยืมเงิน.



