นางชนิดา คล้ายพันธ์  ผู้อำนวยการการนโยบายสาธารณณะ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ ติ๊กต็อก เปิดเผยว่า  หลังจากติ๊กต็อก ได้ร่วมมือกับกรมการค้าภายใน  จัด แคมเปญหนุนชาวสวนทุเรียนภาคตะวันออกรับมือช่วงพีคซีซัน ปี 69 ด้วยกลนุทธ์ 3เอส คือ สตาร์ท,สคิล และ สเกล ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ชุมชนเกษตรกรสามารถก้าวเข้าสู่โลกค้าออนไลน์ พัฒนาทักษะการทำคอนเทนต์ และสร้างการเติบโตให้ธุรกิจบนโลกดิจิทัลได้อย่างยั่งยืนนั้นหลังเปิดตัว ซึ่งในช่วง 3 เดือนแรกหลังจากเปิดตัวโครงการ เหล่าครีเอเตอร์และพ่อค้าแม่ค้าได้ร่วมกันเปิดกล้องไลฟ์ขายทุเรียนบน ติ๊กต็อกชอป ไปมากกว่า 89,000 ครั้ง เท่ากับมีการเปิดไลฟ์ขายทุเรียนใหม่ทุก ๆ 1.4 นาที การไลฟ์แต่ละครั้งจะยาวเกือบ 2 ชั่วโมงหรือ 118 นาทีโดยเฉลี่ย สะท้อนให้เห็นว่าการซื้อขายผลไม้บนแพลตฟอร์มนี้มีความคึกคัก และมีการพูดคุยโต้ตอบกันอย่างใกล้ชิดระหว่างคนซื้อกับคนขายอย่างแท้จริง 

“กระแสไลฟ์สดที่มาแรงช่วยเพิ่มการมองเห็นและปลุกยอดซื้อให้พุ่งทะยานในช่วงพีคซีซัน โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผลผลิตออกมากที่สุด ยอดขายรวม (จีเอ็มวี) ของทุเรียนพุ่งไปถึง 10.6 เท่า เมื่อเทียบกับยอดขายเฉลี่ยต่อสัปดาห์ก่อนเริ่ม นับเป็นข้อพิสูจน์ชิ้นสำคัญว่าการซื้อขายยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยคอนเทนต์ สามารถช่วยให้ชาวสวนเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหญ่ทั่วประเทศได้อย่างถล่มทลายและประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง ซึ่งมีพ่อค้าแม่ค้าผลไม้หลายพันรายเข้าร่วมโครงการ และมีทัพครีเอเตอร์กว่า 1.8 ล้านรายในระบบนิเวศของติ๊กต็อกคอยเป็นแรงสนับสนุน และก้าวต่อไปในการทำงานร่วมกับกรมการค้าภายใน ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างโอกาสใหม่ ๆ เพื่อช่วยให้เกษตรกรและชุมชนเกษตรกรรมไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืนผ่านโลกค้าออนไลน์”

นางชนิดา กล่าวต่อว่า การเปิดตัวแคมเปญยังฟาดสร้างสถิติสุดสุด เมื่อครีเอเตอร์ชื่อดังอย่าง คือ วิน วิลเลียม จัดไลฟ์สดธีมทุเรียนที่ดึงคนดูได้สูงถึง 3.3 ล้านวิว และกวาดยอดไลก์ถล่มทลายกว่า 68.8 ล้านไลก์ สถิตินี้ตอกย้ำชัดเจนว่า พลังการไลฟ์ของครีเอเตอร์ขายของ คืออาวุธลับที่จับผลผลิตของชาวสวนไทยใส่ตะกร้าไปเคาะประตูบ้านผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างทรงพลังที่สุด จากการจับคู่กับเหล่าครีเอเตอร์ชื่อดัง ซึ่งช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าผลไม้จำนวนหลายพันรายสามารถเข้าร่วมโครงการ และขยายฐานลูกค้าให้กว้างไกลยิ่งขึ้นผ่านติ๊ก ต็อก ชอป 

น.ส.ญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ปีนี้คาดว่าผลผลิตทุเรียนของไทยจะอยู่ที่ประมาณ 2.07 ล้านตัน โดยแบ่งเป็นการส่งออกราว 70% และบริโภคภายในประเทศอีก 30% ซึ่งการเสริมความแข็งแกร่งให้กับการกระจายสินค้าในประเทศยังคงเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนจะเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ และเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทางกรมฯ ต้องขอขอบคุณ TikTok Shop ที่เข้ามาสนับสนุนในการติดอาวุธทักษะดิจิทัลให้แก่เกษตรกร พร้อมทั้งสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับสินค้าเกษตรไทยผ่านตลาดออนไลน์ในครั้งนี้