สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ว่า นางเหมา หนิง โฆษกหญิงกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เกี่ยวกับการที่สหรัฐกำหนดระยะเวลา “ภายใน 30 วัน” นับตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ. ให้หน่วยงานทุกแห่งที่ขึ้นตรงกับรัฐบาลกลางในกรุงวอชิงตัน ต้องยกเลิกการติดตั้งแอปพลิเคชันติ๊กต็อก บนอุปกรณ์และเครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอกนิกส์ทุกประเภทที่เป็นของส่วนกลางว่า “เป็นการละเมิดอำนาจรัฐเพื่อปราบปรามบริษัทเอกชนต่างชาติ”


เธอกล่าวต่อไปว่า การดำเนินการของรัฐบาลวอชิงตัน “เกินกว่าเหตุ” และ “เป็นความผิดพลาด” สหรัฐควรให้ความเคารพต่อหลักการพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจแบบตลาด และการแข่งขันทางธุรกิจที่เป็นธรรม พร้อมทั้งทิ้งท้ายว่า “สหรัฐจะเป็นอภิมหาอำนาจของโลกได้อย่างไร ในเมื่อหวาดกลัวเพียงแอปพลิเคชันที่วัยรุ่นเล่นกันอย่างติ๊กต็อก”


ทั้งนี้ สำนักงานบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลสารสนเทศแห่งรัฐของสหรัฐ ร่วมกับสำนักงานบริหารจัดการและงบประมาณ เป็นผู้เผยแพร่ประกาศ โดยหน่วยงานรัฐที่ขึ้นตรงกับส่วนกลาง ได้แก่ ทำเนียบขาว และหน่วยงานระดับกระทรวงทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ และกระทรวงการคลัง อย่างไรก็ตาม หน่วยงานทุกแห่งประกาศมาตรการของตัวเอง ในการปิดกั้นการใช้งานติ๊กต็อกมานานระยะหนึ่งแล้ว


อนึ่ง ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น หลังสภาคองเกรสมีมติเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว ห้ามบุคลากรสังกัดหน่วยงานทุกแห่งของรัฐบาลวอชิงตัน ใช้งานแอปพลิเคชันติ๊กต็อกบนอุปกรณ์ที่เป็นของส่วนกลาง และขีดเส้นตายให้แก่รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ต้องประกาศแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการ ภายในเวลา 60 วัน.

เครดิตภาพ : AFP