สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ว่า สมาพันธ์สหภาพแรงงานญี่ปุ่น (เจทียูซี) เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นจากสหภาพแรงงานมากกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ ที่เป็นการจัดทำเมื่อไม่นานมานี้ ปรากฏว่า ค่าเฉลี่ยของการเรียกร้องให้นายจ้างปรับขึ้นค่าตอบแทนสำหรับปีนี้ อยู่ที่ 4.49% นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1990 ซึ่งบรรดาสหภาพแรงงานในเวลานั้น ขอปรับเพิ่มค่าแรงในอัตรา 4.36%


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของเจทียูซี หรือ “เรนโก” ซึ่งเป็นองค์กรแรงงานขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีสมาชิกมากกว่า 7 ล้านคน เกิดขึ้นหลังบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกจากญี่ปุ่น ประกาศเมื่อปลายเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ยอมรับข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงาน ในการปรับขึ้นค่าแรงพื้นฐานให้แก่พนักงานในญี่ปุ่น เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี และการปรับเพิ่มค่าตอบแทนพิเศษอีกส่วนหนึ่งด้วย


ทั้งนี้ นายโคจิ ซาโตะ ว่าที่ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) คนใหม่ของโตโยต้า กล่าวถึงการตัดสินใจยอมรับเงื่อนไขของสหภาพแรงงานว่า โตโยต้าต้องการสร้างมาตรฐานให้แก่บริษัทอื่นที่อยู่ร่วมอุตสาหกรรมยานยนต์เช่นกัน ในการเจรจาเพื่อประนีประนอมกับบรรดาลูกจ้าง

ด้านแหล่งข่าวระดับสูงในโตโยต้ายืนยันว่า การยอมรับของฝ่ายบริหาร ครอบคลุมการเพิ่มค่าตอบแทนให้กับพนักงานสัญญาจ้าง และพนักงานชั่วคราวทุกประเภท


ขณะที่นายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ผู้นำญี่ปุ่น ประกาศจุดยืนของรัฐบาล สนับสนุนการให้บรรดาผู้ประกอบกิจการในประเทศ ปรับเพิ่มค่าแรงให้แก่ลูกจ้างในอัตราไม่ต่ำกว่า 3% “ตามแนวทางระบบทุนนิยมใหม่ เพื่อการกระจายความมั่งคั่งอย่างเป็นธรรม”.

เครดิตภาพ : REUTERS