สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ว่า สืบเนื่องจากการประสานความร่วมมือออย่างใกล้ชิดระหว่างเม็กซิโกกับหน่วยงานหลายแห่งของสหรัฐ เพื่อแกะรอยหาเบาะแสและให้ความช่วยเหลือชาวอเมริกัน 4 คน ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิง ก่อนถูกลักพาตัว หลังเดินทางข้ามพรมแดนเข้ามาในเม็กซิโก เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ที่ผ่านมานั้น

เจ้าหน้าที่ของเม็กซิโกตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งมีการช่วยเหลือพลเมืองสหรัฐ 4 คน ที่ถูกลักพาตัว ในรัฐตาเมาลิปัส


สำนักงานสอบสวนกลาง ( เอฟบีไอ ) ออกแถลงการณ์ว่า เจ้าหน้าที่ของสหรัฐและเม็กซิโก ลงพื้นที่ เมืองมาตาโมรอส ในรัฐตาเมาลิปัส ซึ่งมีพรมแดนทางเหนือติดกับรัฐเทกซัส ของสหรัฐ เพื่อให้ความช่วยเหลือชาวอเมริกันทั้งสี่คน อย่างไรก็ตาม นายชาฮีด วูดอาร์ด และนายซินเดล บราวน์ เสียชีวิตแล้ว ตอนนี้ศพของทั้งสองคนอยู่ระหว่างการชันสูตรตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่เม็กซิโก ก่อนส่งมอบให้แก่ทางการสหรัฐต่อไป


ขณะที่ นายอีริก วิลเลียมส์ และนางลาตาเวีย วอชิงตัน แมคกี ซึ่งเป็นคุณแม่ลูกหก และเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่ม รอดชีวิตแต่มีอาการได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืน อย่างไรก็ดี ทั้งสองคนได้รับการส่งตัวให้มาเข้ารับการรักษา ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในรัฐเทกซัส

บ้านไม้หลังหนึ่ง ในเมืองมาตาโมรอส ที่รัฐตาเมาลิปัส ทางเหนือของเม็กซิโก ซึ่งเจ้าหน้าที่พบชาวอเมริกันทั้ง 4 คน จากจำนวนดังกล่าว 2 คน เสียชีวิตแล้ว

ด้านแถลงการณ์ของสำนักงานอัยการรัฐตาเมาลิปัส ยืนยันการจับกุมผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้ “อย่างน้อย 1 คน” เปิดเผยเพียงชื่อ “นายโฮเซ เอ็น” อายุ 24 ปี โดยการจับกุมเกิดขึ้น หลังเจ้าหน้าที่พบพลเมืองสหรัฐทั้งสี่คน ถูกควบคุมตัวอยู่ภายในบ้านไม้หลังหนึ่ง ในเขตชานเมืองมาตาโมรอส ส่วนแหล่งข่าวด้านความมั่นคงในสหรัฐเชื่อว่า “กัลฟ์ คาร์เทล” หนึ่งในแก๊งอาชญากรรมเก่าแก่และใหญ่ที่สุดของเม็กซิโก เป็นผู้ก่อเหตุ


ก่อนหน้านี้ เอฟบีไอ ประกาศพร้อมมอบเงิน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 17 ล้านบาท ) ให้แก่ผู้ที่สามารถแจ้งเบาะแส จนนำไปสู่การช่วยเหลือชาวอเมริกันกลุ่มนี้ได้อย่างปลอดภัย และจับกุมผู้กระทำผิดให้มารับโทษตามกฎหมาย พร้อมทั้งให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า มีชาวเม็กซิโกอย่างน้อย 1 ราย เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ด้วย


อนึ่ง สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของสหรัฐรายงานโดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวว่า พลเมืองสหรัฐกลุ่มนี้เดินทางด้วยยานพาหนะติดแผ่นป้ายทะเบียนของรัฐนอร์ทแคโรไลนา ข้ามพรมแดนสหรัฐไปที่เมืองมาตาโมรอส ซึ่งรายงานบางกระแสระบุว่า ผู้หญิงหนึ่งเดียวในกลุ่มเดินทางไปเข้ารับบริการทางการแพทย์ ที่อาจเป็นการศัลยกรรมที่เม็กซิโก.

เครดิตภาพ : REUTERS