เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 30 มี.ค. ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร สมาชิกครอบครัวชินวัตร นำโดย นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือ “โอ๊ค” บุตรชายคนโตของนายทักษิณ ชินวัตร พร้อมด้วย น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ หรือ “ติ๊ก” ภรรยา และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือ “เอม” บุตรสาวคนกลาง พร้อมสามี นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ เดินทางเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร โดยครั้งนี้เป็นการเยี่ยมครั้งที่ 52 พร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ
ปัจจุบัน นายทักษิณถูกคุมขังภายในเรือนจำ เป็นระยะเวลา 6 เดือน 21 วัน ขณะเดียวกันยังมีกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางมาให้กำลังใจครอบครัวชินวัตรทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี ตามกำหนดวันเยี่ยมญาติ และในทุกวันอาทิตย์ยังมีการจัดเวทีปราศรัยบริเวณหน้าเรือนจำ สลับหมุนเวียนแกนนำขึ้นปราศรัยอย่างต่อเนื่อง จนถึงเช้าวันที่ 11 พ.ค. 2569 ซึ่งนายทักษิณจะได้รับการปล่อยตัวพักโทษ เพื่อคุมประพฤติ เนื่องจากครบกำหนดรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 (8 เดือน) จากอัตราโทษ 1 ปี
ทั้งนี้ เมื่อ น.ส.พินทองทา และสามี เดินทางมาถึง ได้ยกมือไหว้ทักทายสื่อมวลชนและกลุ่มผู้สนับสนุน โดยยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์ ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินเข้าประตู 1 ของเรือนจำ เพื่อไปยังจุดเยี่ยมญาติ

ต่อมาเวลา 11.30 น. ภายหลังครอบครัวใช้เวลาเยี่ยมประมาณ 30 นาที นายพานทองแท้ ชินวัตร เดินออกมา พร้อมกล่าวว่า “วันนี้คนมาเยอะจัง” และระบุว่า การเยี่ยมคุณพ่อเป็นไปตามปกติ สุขภาพโดยรวมยังแข็งแรงดี
ขณะที่ น.ส.พินทองทา กล่าวกับสื่อว่า “วันนี้มีอะไรพิเศษหรือเปล่าคะ” พร้อมเผยว่า นายทักษิณมีอาการตาแดงเล็กน้อย คาดว่าเกิดจากความดันและเส้นเลือดฝอย แต่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และยังมีกำลังใจดี
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่คณะกรรมการเรือนจำจะพิจารณารายชื่อผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์พักโทษในช่วงปลายเดือน มี.ค. รวมถึงกรณีที่กลุ่ม คปท. ยื่นหนังสือคัดค้านการพักโทษนั้น น.ส.พินทองทา เพียงพยักหน้ารับฟังโดยไม่ตอบคำถาม
ด้านนายพานทองแท้ ระบุว่า ขอให้สอบถามประเด็นดังกล่าวกับทนายความ เนื่องจากครอบครัวไม่ได้พูดคุยกันในเรื่องนี้ พร้อมย้ำว่าเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ส่วนประเด็นราคาน้ำมันที่ผู้สื่อข่าวสอบถาม ทั้งสองไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนยกมือไหว้ขอบคุณและเดินทางกลับ

ด้านนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ เปิดเผยว่า ไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการประชุมพิจารณารายชื่อผู้ต้องขัง เนื่องจากเป็นเรื่องภายในของเรือนจำ
ส่วนกรณีที่กลุ่ม คปท. ยื่นหนังสือคัดค้านการพักโทษนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการประสานข้อมูลใดมายังฝ่ายทนาย โดยมองว่าการดำเนินการต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงและหลักกฎหมาย ไม่ใช่ความรู้สึก
สำหรับความคืบหน้าคดีตามมาตรา 112 ทนายความระบุว่า ยังไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติม และอยู่ระหว่างการดำเนินการแก้อุทธรณ์
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระบวนการพิจารณารายชื่อผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์พักโทษของเรือนจำกลางคลองเปรม จะแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มี.ค. 2569 ก่อนเสนอรายชื่อเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการตามขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ และเป็นไปตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52



