เมื่อวันที่ 27 ส.ค. พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ สุริยะ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ พ.ต.ท.เทวฤทธิ์ บูรณรักษ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.สีหนาท จันทร์เหลือง สว.สส.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พร้อมชุดสืบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ นำตัวนายธวัช ประดับคำ อายุ 38 ปี ชาวจ.ขอนแก่น ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและชี้จุดก่อเหตุ ที่ร้านสมศักดิ์เบเกอรี่ เลขที่ 140/15 ถ.อภัย ต.กาฬสินธุ์ อ.เมือง หลังขี่รถจยย.เข้ามาก่อเหตุขโมยเงินภายในร้าน โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้ ก่อนจับกุมผู้ต้องหาได้ที่หน้าร้านถ่ายเอกสาร ใกล้วงเวียนน้ำพุ ถ.สุรินทร์ ต.กาฬสินธุ์ อ.เมือง
พ.ต.ท.สีหนาท กล่าวว่า ตามที่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งจากเจ้าของร้านสมศักดิ์เบเกอรี่ ว่าเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 64 เวลาประมาณ 14.00 น. มีคนร้ายลักลอบเข้าไปขโมยเงินในลิ้นชักภายในร้าน ขณะที่เจ้าของร้านอยู่ภายในร้าน โดยกล้องวงจรปิดภายในร้านสามารถบันทึกภาพคนร้าย ซึ่งเป็นชายอายุประมาณ 35-40 ปี ได้ชัดเจน ทั้งนี้พฤติกรรมในลักษณะขับรถ จยย.มาจอดที่หน้าร้าน ก่อนที่คนร้ายจะย่องเบาเข้าไป และถือโอกาสเปิดลิ้นชักหยิบเงินสดไปจำนวน 500 บาท

พ.ต.ท.สีหนาท กล่าวอีกว่า หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ จึงได้เข้าตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวภายในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ก่อนที่จะพบชายผู้ต้องสงสัย ซึ่งมีรูปพรรณสัณฐานคล้ายคนร้ายในกล้องวงจรปิด ขณะขับรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุ อยู่บริเวณหน้าร้านถ่ายเอกสาร จึงเข้าควบคุมตัวสอบปากคำ และตรวจปัสสาวะ ผลออกมาเป็นสีม่วง
ผู้ต้องหาให้การสารภาพว่า ได้เข้าไปลักขโมยจริง อ้างว่าเคยเปิดร้านขายลาบก้อย แต่ต้องปิดร้านเพราะยุคโควิดเศรษฐกิจซบเซา จึงมาเป็นขโมยเพื่อหาเงินไปซื้ออาหาร เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเคหะสถาน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม, เป็นผู้ขับขี่ยานพาหนะโดยเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย จึงควบคุมตัวมาทำแผนรับคำสารภาพ พร้อมของกลางรถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอร์เบลด สีขาวดำ ที่ใช้ขับขี่ในการก่อเหตุ พร้อมหมวกนิรภัย สีฟ้าคาดดำขาว และเสื้อยืดแขนสั้นสีเทา ที่ผู้ต้องหาใส่ในวันก่อเหตุ จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้านนายสมศักดิ์ วงษ์ศรีแก้ว อายุ 44 ปี เจ้าของร้านสมศักดิ์เบเกอรี่ กล่าวว่า วันเกิดเหตุ ขณะที่ตนพักผ่อนอยู่ในร้าน โดยหันหลังออกไปด้านนอกร้าน ผู้ต้องหาได้ถือโอกาสย่องเบาเข้ามาหยุดอยู่หน้าตู้แช่ ก่อนที่จะเดินเข้ามาเปิดลิ้นชักหยิบเงินสดไป 500 บาท จากนั้นเดินออกไปขับขี่ รถ จยย.หลบหนีไป ทั้งนี้หลังเกิดเหตุได้แจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตามจับคนร้าย ซึ่งต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ที่สามารถจับกุมคนร้ายได้รวดเร็ว ทันใจ ก่อนที่จะย่ามใจไปก่อเหตุลักขโมยทรัพย์สินชาวบ้านหรือสถานประกอบการที่ไหนอีก เพราะทุกวันนี้ทุกคนกำลังได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 การค้าขายฝืดเคือง ความเป็นอยู่ลำบาก หากมีมิจฉาชีพออกก่อเหตุ ก็จะยิ่งได้รับความเดือดร้อนเพิ่มขึ้นอีก จึงขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้งหนึ่ง ที่ชาวบ้านและผู้ประกอบการร้านค้า จะได้ประกอบอาชีพกันอย่างสบายใจ.



