ถือเป็น 1 ในฟันเฟืองสำคัญของกลุ่มบ้านปู ที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งซีอีโอตั้งแต่อายุ 41 ปี สร้างผลงานนำองค์กรประสบความสำเร็จในต่างประเทศกว่า 7 ปี ก่อนกลับมารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ผู้กุมบังเหียนขับเคลื่อนองค์กรยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานแห่งนี้ “ดร.กิรณ ลิมปพยอม”
ดร.กิรณ หรือ คุณแจ๊กปูเส้นทางการก่อนขึ้นมารับตำแหน่งซีอีโอ BPP ในวันนี้ว่า จบการศึกษาระดับปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์บัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทบริหารธุรกิจจากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ ปริญญาโทด้านอุตสาหกรรมสัมพันธ์จาก London School of Economics and Political Science และปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาสังคมวิทยาจาก University of Warwick เริ่มทำงานในแวดวงการเงิน ก่อนเข้ามาร่วมงานกับกลุ่มบ้านปูซึ่งกลางปีนี้ก็จะครบ 14 ปีแล้ว

คุณแจ๊กเล่าว่า ทำงานกับบริษัทในกลุ่มบ้านปูในต่างประเทศทั้งออสเตรเลียและอินโดนีเซียรวมแล้วกว่า 7 ปี ก้าวขึ้นเป็นซีอีโอครั้งแรกด้วยอายุ 41 ปี ที่บริษัท PT Indo Tambangraya Megah Tbk (ITM) เป็นบริษัทจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของกลุ่มบ้านปูในอินโดนีเซีย สามารถนำพาให้องค์กรประสบความสำเร็จ และคว้ารางวัล The Best CEO 2017 (Employee’s Choice – SWA Magazine) จนได้รับความไว้วางใจให้เข้ามารับตำแหน่งซีอีโอ บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ในเดือนเมษายน 2563 จนถึงปัจจุบัน
คุณแจ๊ก ฉายภาพการทำหน้าที่ซีอีโอ ว่าบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าคุณภาพจากพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไป (Thermal Power Business) และพลังงานหมุนเวียน (Renewable Power Business) ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งตอนนี้เราทำธุรกิจอยู่ใน 7 ประเทศ ครอบคลุมประเทศไทย สปป.ลาว จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา ซึ่งเราคงจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ เราพร้อมจะแสวงหาโอกาสเติบโตในประเทศที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ ที่รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนการลงทุนและ มีโอกาสทางธุรกิจสูง และหากพูดถึงเป้าหมายผมมองในหลายมิติ โดยมิติหลักเราเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจไฟฟ้า ก็จะเน้นในเรื่องของเมกะวัตต์ เพิ่มจำนวนโรงไฟฟ้าในพอร์ตฟอลิโอ โดยภายในสิ้นปี 2568 กำลังการผลิตไฟฟ้าของเราจะเติบโตแตะระดับ 5,300 เมกะวัตต์ มิติการสร้างผู้บริหารรุ่นใหม่ๆ ให้เติบโตขึ้นมา มิติการสร้างกำไร ผลประกอบการและราคาหุ้น
“การจะบรรลุถึงเป้าหมายได้ทั้งเรื่องเมกะวัตต์ เรื่องการเงิน สำคัญที่สุดต้องมีทีมที่ดี มันทำคนเดียวไม่ได้ ไม่มีทาง เรามีทีมกว่าพันคนอยู่ใน 7 ประเทศที่เป็นธุรกิจไฟฟ้า ถ้ารวมกลุ่มบ้านปูทั้งหมดมีเป็นหมื่นคนเลย เราต้องสร้างทีมที่มีเป้าหมายไปในทิศทางเดียวัน ทีมที่ทำงานด้วยกัน ทีมที่ต้องมีความแตกต่างแต่ผสมกันอย่างลงตัว”

สำหรับหลักการทำงานของซีอีโอหนุ่มรุ่นใหม่ ที่ขับเคลื่อนบริษัทที่มีสินทรัพย์เกือบแสนล้านบาท และประกอบด้วยคนหลายเชื้อชาติและหลาย Generation ให้มองและเดินไปในเป้าหมายเดียวกัน แน่นอนว่าไม่ใช้เรื่องง่าย ซึ่งคุณแจ๊ก บอกว่า อย่างแรกต้องเชื่อก่อนว่าความหลากหลายคือสิ่งที่ดี เพราะมันทำให้เราได้มุมมองและประสบการณ์ต่างๆ กันไป แต่ละเชื้อชาติ แต่ละ Generation หรือแต่ละคนจะมีความชอบและไม่ชอบหรือ Character แตกต่างกันออกไป เราต้องหาจุดอ่อน จุดแข็งของเขาเหล่านั้นให้เจอแล้วก็ผสมผสานเขาเข้ามารวมกันให้ได้
“มันไม่มีทางลัดในการบริหารคน ผมเชื่อว่าผู้บริหารยุคใหม่ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตามต้องมีความเข้าอกเข้าใจ คือการเอาใจเขามาใส่ใจเรา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดแล้วของผู้บริหาร ต้องไปรู้จักเขา ไปอยู่กับเขา ไปฟังเขา ทุกคนมีความเป็นเอกลักษณ์ส่วนตัวที่เราต้องทำความเข้าใจและอยู่กับเขาให้ได้”
และหากพูดถึงวิถี หรือแนวทางการดำเนินงานของบ้านปู เพาเวอร์นั้น เรามีวัฒนธรรมองค์กรของกลุ่มบ้านปู เราเอง ซึ่งเราเรียกว่า “บ้านปู ฮาร์ท ( Banpu Heart)” ซึ่งประกอบด้วย 1.Passionate การมีใจรักในสิ่งที่ทำ 2.Innovative การให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์ วิธีการใหม่ๆ และ3. Committed ความมุ่งมั่นและยืนหยัดเพื่อผลลัพธ์ของงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราอยากจะเห็นในคนของเรา ไม่ว่าจะเป็นชาติใด ภาษาใด ก็ใช้วัฒนธรรมองค์กรนี้ร่วมกัน

สำหรับการคิดมุมบวกก็เป็นเรื่องที่สำคัญ คุณแจ๊ก สะท้อนว่า ไม่เฉพาะผู้บริหารที่จำเป็นต้องมี แต่คนที่จะใช้ชีวิตให้มีความสุขได้นั้นต้องรู้จักมองในแง่บวกซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เมื่อเรามองสิ่งไหนเราจะเห็นสิ่งนั้น ยิ่งมาเป็นผู้บริหารองค์กรด้วยแล้ว มันมีความกดดันมหาศาล ถ้าเราไม่มองบวกแล้วจะไม่สามารถขับเคลื่อนองค์กรและนำพาทีมงานให้เดินไปข้างหน้าได้อย่างแน่นอน ก่อนจบบทสนทนาคุณแจ๊กให้ข้อคิดในการใช้ชีวิตและการทำงานว่า คนเราต้องเหมือนฟองน้ำ ดูดซับ ดูดซึม เรียนรู้ตลอดเวลา Lifelong Learning เพราะการเรียนไม่ได้อยู่แต่ในห้อง ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา รวมถึงเรื่องการสื่อสาร ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการทำงาน ไม่ว่าเราจะมีไอเดียดียังไง คิดดียังไง แต่ถ้าเราไม่สามารถสื่อสารออกมาได้ บางทีก็ไม่เกิดประโยชน์สูงสุดกับทั้งตัวเองและองค์กร



