สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพาลิเคอร์ สหพันธรัฐไมโครนีเซีย เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ว่า ประธานาธิบดีเดวิด ปานูเอโล ผู้นำไมโครนีเซีย ส่งหนังสือถึงผู้ว่าการรัฐทั้ง 4 แห่งของประเทศ มีเนื้อหาสำคัญว่า เขาได้พบหารือกับนายโจเซฟ อู๋ รมว.การต่างประเทศไต้หวัน เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา เพื่อหารือเกี่ยวกับ “การเปลี่ยนแปลงการรับรองทางการทูต”


ผู้นำไมโครนีเซียให้เหตุผลอย่างตรงไปตรงมาว่า แผนการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการที่ไมโครนีเซียต้องการรับความช่วยเหลือทางการเงิน มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,752 ล้านบาท) เพื่อการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ จึงมีการประสานงานโดยตรงไปยังรัฐบาลไทเป เกี่ยวกับ “ความเป็นไปได้” ของการได้รับความช่วยเหลือในวงเงินดังกล่าว ภายในระยะเวลาอีก 3 ปีนับจากนี้ “หากไมโครนีเซียสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน” ซึ่งหมายถึง “การยุติความสัมพันธ์กับจีน”

ประธานาธิบดีเดวิด ปานูเอโล ผู้นำไมโครนีเซีย ระหว่างการเยือนจีนอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือน ธ.ค. 2562


ปานูเอโลยืนยันว่า รัฐบาลไทเป “ตอบรับในเบื้องต้น” พร้อมการันตีความสนับสนุนในระยะเริ่มแรก เป็นมูลค่า 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 525.60 ล้านบาท) ขณะเดียวกัน ผู้นำไมโครนีเซีย วิจารณ์การที่จีน “ทำสงครามการเมือง” ในประเทศ ซึ่งรวมถึงการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งนี้ ปาเนโลยังคงปฏิเสธรับรองเอกอัครราชทูตคนใหม่ที่จีนเสนอชื่อมา โดยให้เหตุผลว่า บุคคลนั้นมีประวัติเกี่ยวกับ “การแทรกซึมด้านความมั่นคงในต่างประเทศ” ในรูปแบบของ “สถานีตำรวจนอกอาณาเขต”


ด้านกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันยังคงสงวนท่าที ขณะที่นางเหมา หนิง โฆษกหญิงกระทรวงการต่างประเทศจีน ตำหนิผู้นำไมโครนีเซีย “ใส่ร้ายป้ายสีและกล่าวหาอย่างเลื่อนลอย” อนึ่ง ไมโครนีเซียจัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และมีแนวโน้มว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่า นโยบายของฝ่ายค้านเกี่ยวกับจีนและไต้หวันจะเป็นอย่างไร.

เครดิตภาพ : REUTERS