ในปี 2561 ลีออน เดส์ชองป์ส และ เชน ธอมป์สัน คู่หูนักสำรวจช่วยกันสแกนโลหะในพื้นที่ เพื่อเตรียมถ่ายทำภาพยนตร์สารคดีตามรอยนักสำรวจชาวฝรั่งเศสจากยุคศตวรรษที่ 19 ระหว่างนั้นเอง ที่พวกเขาค้นพบรูปหล่อโลหะขนาดเล็กจากบริเวณอ่าวชาร์ก ทางออสเตรเลียตะวันตก ซึ่งต่อมาสันนิษฐานว่าเป็นรูปหล่อของ ‘พระพุทธเจ้าน้อย’ หรือ ‘พระโพธิสัตว์กุมาร’ มีความสูงราว 6 นิ้ว หนักราว 1 กก. พร้อมลวดลายประดับอย่างสวยงามบนพื้นผิว 

นับตั้งแต่มีการค้นพบรูปปั้น สองนักสำรวจซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทฟินน์ฟิล์มส์ ผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีที่เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล ได้พยายามไขความลับที่มาพร้อมกับรูปหล่อชิ้นนี้ โดยเฉพาะสาเหตุที่รูปปั้นจีนโบราณมาปรากฏบนแผ่นดินออสเตรเลีย ซึ่งอาจหมายถึงว่า เคยมีนักสำรวจชาวจีน จากเมื่อหลายร้อยปี มาเยือนแผ่นดินออสเตรเลียก่อนนักสำรวจชาวยุโรป แต่ไม่ได้มีการบันทึกไว้

เดส์ชองป์ส์ และ ธอมป์สัน กล่าวว่า พวกเขาทุ่มเทอย่างมากเพื่อปกป้องรูปหล่อชิ้นนี้ และยังทุ่มเงินไปมากกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.75 ล้านบาท) เพื่อสืบหาต้นตอของผลงาน โดยเป็นค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยของห้องทดลองต่าง ๆ และค่าเดินทางเพื่อไปพบปะกับทีมนักวิทยาศาสตร์ เพื่อค้นหาคำตอบ

หลังจากได้พบผู้เชี่ยวชาญจากรายโทรทัศน์ของอังกฤษ ‘Antiques Roadshow’ รูปปั้นขนาดเล็ก 6 นิ้ว ของพวกเขา ก็ได้รับการประเมินว่าน่าจะสร้างขึ้นในยุคราชวงศ์หมิง และได้รับการยกย่องจาก ลี ยัง ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะเอเชียว่าเป็น “สมบัติของโลก”

ยัง เสริมว่า สถานที่ที่พบรูปหล่อชิ้นนี้ยิ่งทำให้มีความพิเศษและเพิ่มมูลค่าแก่รูปหล่อ จากเดิมที่ประเมินว่ามูลค่าของรูปปั้นพระพุทธเจ้าน้อยองค์นี้ น่าจะมีราคาระหว่าง 5,000-9,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 175,000-315,360 บาท) ก็เพิ่มเป็นมากกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.5 ล้านบาท) ถ้าหากว่ามีพิสูจน์และรับรองอย่างเป็นทางการว่า เป็นวัตถุจากยุคราชวงศ์หมิงจริง ๆ

ด้าน ดร.เอียน แมคคลาวด์ ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับลักษณะการกัดกร่อนของโลหะและอดีตเจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์ออสเตรเลียตะวันตก ยืนยันว่า รูปหล่อองค์นี้ “ไม่ใช่ของปลอมที่ทำเลียนแบบ” และน่าจะจมดินอยู่ในบริเวณที่ ทีมสำรวจโลหะค้นพบไม่ต่ำกว่า 100-150 ปีมาแล้ว นอกจากนี้ ดร.แมคคลาวด์ ยังกล่าวว่า ณ ปัจจุบันนี้ยังไม่มีวิธีการทางเคมีสมัยใหม่ ที่จะสร้างพื้นผิวเลียนแบบลักษณะของผิวโลหะเคลือบสีของรูปหล่อโบราณองค์นี้ได้

เดส์ชองป์ส สันนิษฐานว่า รูปหล่อองค์นี้น่าจะเป็นวัตถุที่ตกค้างจากกองทัพเรือยุคราชวงศ์หมิง ที่เดินทางมายังแถบออสเตรเลียราวปี ค.ศ. 1421 ตามพระประสงค์ของจักรพรรดิจีนหย่งเล่อ เพื่อประกาศความเกรียงไกรของแผ่นดินจีน ซึ่งเคยมีหลักฐานของกองทัพเรือของพระองค์ เดินทางไปได้ไกลถึงทวีปแอฟริกา แต่ไม่เคยปรากฏหลักฐานมาก่อนว่ามีเรือที่เดินทางมายังออสเตรเลียด้วย ขณะที่กลุ่มนักสำรวจชาวยุโรปยุคแรก ที่เดินทางมาถึงออสเตรเลียนั้น อยู่ในช่วงศตวรรษที่ 17 นับเป็นเวลาราว 200 ปี หลังจากการเดินทางของกองทัพเรือจีน

เดส์ชองป์ส และ ธอมป์สัน ไม่ต้องการเก็บรูปหล่อองค์นี้ไว้เป็นสมบัติส่วนตัว พวกเขาหวังว่าในอนาคต จะหาสถานที่จัดแสดงรูปหล่อพระพุทธเจ้าน้อยองค์นี้ได้ ปัญหาในตอนนี้ก็คือ มูลค่าและความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ของรูปหล่อโลหะ ทำให้พิพิธภัณฑ์ในท้องถิ่นไม่สามารถรับไว้ในครอบครอง เนื่องจากไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอในการจัดวางระบบป้องกันภัยที่ดีพอ 

พวกเขายังให้ข้อมูลว่า ตอนนี้บริเวณที่พวกเขาค้นพบรูปหล่อพระพุทธเจ้าน้อย ได้ถูกปิดกั้นและมีการตรวจตราอย่างเข้มงวด พวกเขาหวังว่า รัฐบาลออสเตรเลียจะร่วมมือกับกลุ่มชุมชนชาวจีนและชาวพื้นเมือง เพื่อค้นหา “นิ้วชี้” ที่หายไปของรูปหล่อดังกล่าว และเพื่อสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับต้นกำเนิดของรูปหล่อองค์นี้

แหล่งข่าว : dailymail.co.uk, theguardian.com

เครดิตภาพ : Facebook / FINN Films