สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ว่า ตามการคาดการณ์ข้อมูลจากองค์การอวกาศยุโรป (อีเอสเอ) ดาวเคราะห์น้อยดังกล่าวมีโอกาส 0.16% ที่จะชนโลก แม้ว่าระบบเซนทรี (Sentry) ของห้องปฏิบัติการแรงขับเคลื่อนไอพ่น (เจพีแอล) ของนาซา จะคำนวณว่าโอกาสข้างต้นอยู่ที่เกือบ 0.18%
ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ที่มีชื่อว่า “2023 ดีดับเบิลยู” เป็นวัตถุชิ้นเดียวที่นาซาจัดให้อยู่ในอันดับที่บ่งชี้ว่า “โอกาสของการชนโลกนั้นไม่น่าเป็นไปได้อย่างมาก และไม่มีเหตุให้สาธารณชนต้องสนใจหรือเป็นกังวล”
Orbit analysts will continue to monitor asteroid 2023 DW and update predictions as more data comes in. Explore this asteroid and others: https://t.co/vXY8HDjycJ (2/2)
— NASA Asteroid Watch (@AsteroidWatch) March 7, 2023
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของนาซากล่าวเตือนว่า โอกาสของการชนโลกนั้นอาจเปลี่ยนแปลงอย่างมากได้ เมื่อมีการรวบรวมข้อมูลการสังเกต และมีการวิเคราะห์เพิ่มเติมเกี่ยวกับดาวเคราะห์น้อย 2023 ดีดับเบิลยู
ทั้งนี้ ดาวเคราะห์น้อยดังกล่าวมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 50 เมตร ซึ่งจากการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของมัน นาซาคาดการณ์ว่า 2023 ดีดับเบิลยู จะเข้าใกล้โลกถึง 10 ครั้ง โดยครั้งที่ใกล้ที่สุดอยู่ในวันที่ 14 ก.พ. 2589 ส่วนอีก 9 ครั้งจะอยู่ระหว่างปี 2590-2597
ดาวเคราะห์น้อย 2023 ดีดับเบิลยู ถูกพบครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยมันเดินทางด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อวินาที ที่ระยะทางมากกว่า 18 ล้านกิโลเมตร หรือเท่ากับการวนรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบในทุก ๆ 271 วัน
ด้าน นายเดวิด ฟาร์น็อคเชีย วิศวกรการนำทางของเจพีแอล กล่าวถึงความสำเร็จของภารกิจ “ดาร์ท” (Double Asteroid Redirection Test) ในการเปลี่ยนวิถีโคจรของดาวเคราะห์น้อย เมื่อเดือน ก.พ. 2565 ว่าเป็นหลักฐานที่บ่งบอกว่า มนุษยชาติเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับหินอวกาศ ซึ่งอาจก่อให้เกิดหายนะได้.
เครดิตภาพ : National Aeronautics and Space Administration (NASA)



