นาทีนี้ต้องยกให้เป็นปีทองของเขาจริงๆ สำหรับหนุ่ม “เฟย-ภัทร เอกแสงกุล” ที่ล่าสุดโดดมาร่วมงานแถลงข่าวเปิดแคมเปญ “Chill Everyday – Afterwork” พร้อมอัปเดตชีวิตที่พุ่งทะยานแบบฉุดไม่อยู่ ทั้งในฐานะนักแสดงและฐานะเจ้าของบริษัทที่เพิ่งขยับขยายออฟฟิศใหม่ต้อนรับพนักงานถึง 12 ชีวิต

โดยเจ้าตัวเผยถึงเบื้องหลังความสำเร็จว่า “ออฟฟิศผมไม่หรูหราเลย ใช้คำว่าเรื่อยๆ ดีกว่าครับ ก็ต้องขอบคุณลูกค้าที่ยังติดต่อเข้ามาและให้โอกาสครับ แต่ออฟฟิศเราไม่ได้หรูหราอะไร ไม่ได้ใช้ของแพงเลยครับ งบประมาณในการทำออฟฟิศ ก็ขอของฟรีครับ สปอนเซอร์อย่างเดียวเลย เพราะเราไม่มี จริงๆ มันเป็นบ้านแล้วเรามาทำส่วนที่มันโทรมให้มันกลับมาใช้งานได้เฉยๆ ไม่ได้หรูหราอะไร
ไม่ได้ลงทุนเยอะขนาดนั้น เราก็ประสบปัญหาเหมือนทุกๆ คน เราไม่ได้พยายามจะใช้เงินให้เยอะ เพราะเราโฟกัสที่ผลงานที่ออกมามากกว่า อะไรที่จำเป็นก็ค่อยใช้ อย่างเรื่องอุปกรณ์ หรือพื้นที่ออฟฟิศ ที่สำคัญมากๆ ก็พวกเก้าอี้ของพนักงานครับ อันนี้จำเป็น”

“ตอนนี้พนักงาน 12 คนครับ ถือว่าเพิ่มขึ้นมาเยอะมาก ถามว่าจะเพิ่มอีกไหม พยายามจะให้มันกะทัดรัด ประมาณเท่านี้ครับ ไม่อยากขยายใหญ่มาก เดี๋ยวเราดูแลไม่ทั่วถึง แต่ถ้าอนาคตมันมีศักยภาพพอก็อาจจะขยับขยาย คืออยากค่อยๆ เติบโตไปครับ ผมกลัวว่าถ้าขยับเร็วเกินไป โอกาสมันจะล้นจนคุมไม่อยู่ ที่ซื้อรถใหม่เพราะผมขับรถเองไม่ไหว วันหนึ่งผมทำงาน 4-5 ที่ การมีรถใหม่และมีคนขับรถช่วยประหยัดเวลาและความเครียดบนท้องถนนได้เยอะมากจริงๆ ขับเองมันเครียดนะ พอมีคนขับให้มันก็ดีขึ้นครับ มีเวลาพักผ่อนในรถมากขึ้น และสามารถประชุมบนรถได้ด้วยเป็นทั้งของขวัญและเป็นตัวช่วยให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ เมื่อก่อนขับเองเวลาคนโทรฯ มาคุยงานผมโฟกัสไม่ได้ ตอนนี้ทำงานได้ตลอดเวลาเลย ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะพอสมควรครับ โอกาสที่เข้ามามันมาพร้อมกับงานและความเครียด เราต้องบริหารจัดการให้ดีเพราะงานเยอะขึ้นมาก”

“ค่าตัวผมว่ามันขึ้นตามความเหมาะสมครับ ไม่ได้อัปจนดีดทะลุเพดาน เอาที่มันเหมาะกับสิ่งที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้ครับ ทั้งงานและความรักมันก็เป็นเรื่องที่ดีนะครับ อันนั้นอาจจะเป็นมุมที่สื่อเห็นครับ คนเราไม่ได้ดีไปหมดทุกด้าน มันต้องมีมุมที่เหนื่อยบ้าง แย่บ้าง เป็นปกติ เวลาเหนื่อยก็คุยกันปกติครับ เขาก็ช่วยบาลานซ์ให้เราไม่เครียดอยู่คนเดียว มีคนช่วยแบ่งเบา ช่วยรับฟังเวลาเราอยากระบายครับ แฟนเราเขาก็ชิลครับ เขาเป็นคนค่อนข้างชิลเลย ไม่ได้เป็นผู้หญิงจ๋าขนาดนั้น”

“พาแฟนออกทริปโหดยังครับ ผมลองชวนแล้ว แต่ดูแล้วเขาน่าจะไม่ไหว ผมไม่อยากพาเขาไปลำบาก มันมีลิมิตอยู่ (ต้องพาแฟนไปแนะนำตัวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ฮ่องกงด้วยไหม หลังจากไปขอมา?) ต้องกลับไปครับ แต่ยังไม่ได้ไปเลย จริงๆ อย่าบอกว่าได้จากฮ่องกงอย่างเดียว มันก็ต้องอยู่ที่ตัวเราด้วย ส่วนหนึ่งมูยังไงให้ได้แฟนขอให้ชัดเจนครับ ใช้วิธี Manifest เอา เราเป็นนักแสดง เราจะมีภาพในหัวอยู่แล้วว่าอยากได้แบบไหน แต่ไม่ได้เปิดรูปให้ดูนะ ก็เป็นวัดแถว Repulse Bay ครับ เคยบอกไปแล้ว ยังไม่ได้แพลนจะกลับไปขอบคุณท่านเมื่อไหร่ เพราะตอนนี้งานยุ่งมาก แต่ยังไงก็ต้องกลับไปครับ เดี๋ยวท่านงอน”