ทำเอาแฟนๆ ถึงกับสะเทือนใจไปตามๆ กัน เมื่อนักแสดงตลกชั้นครูอย่าง “จตุรงค์ มกจ๊ก” ได้ออกมาเปิดเปลือยบาดแผลในใจที่เก็บงำมานาน ผ่านรายการ SAD Bar ของพิธีกรหนุ่ม นิกกี้ ณฉัตร ยอมรับแบบหมดเปลือกถึงเหตุการณ์ระทึกขวัญในอดีตช่วงวัยรุ่น ที่กลายเป็นตราบาปฝังลึกและไม่เคยลืมเลือนได้เลยจนถึงทุกวันนี้

ย้อนกลับไปในช่วงก่อนที่จะมีชื่อเสียงโด่งดัง จตุรงค์เล่าว่าชีวิตตอนนั้นวิกฤติหนัก ถึงขั้นตัดสินใจหอบเสื่อผืนหมอนใบหนีออกจากบ้านเกิดที่จังหวัดราชบุรี มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ ด้วยสภาพที่สิ้นเนื้อประดาตัว เงินสักบาทที่จะใช้เป็นค่ารถทัวร์กลับบ้านยังไม่มี จนกระทั่งโชคชะตาพัดพาให้ได้เข้าไปทำงานเป็นหางเครื่องในวงดนตรีแห่งหนึ่งเพื่อประทังชีวิต

จุดเปลี่ยนชีวิตที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเกิดขึ้นเมื่อ “ครูสอนเต้น” ประจำวง ซึ่งเป็นชายรักชาย และเป็นผู้มีอำนาจชี้ชะตาว่าหางเครื่องคนไหนจะได้ขึ้นโชว์บนเวที ได้ยื่นข้อเสนอสุดช็อกแบบตรงไปตรงมาว่าหากต้องการความก้าวหน้าและอยากมีรายได้ในวงนี้ ต้องยอมมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขา อีกฝ่ายอ้างว่า ลูกน้องคนอื่นๆ ในทีมต่างก็ยอมผ่านจุดนี้มาแล้วทั้งสิ้น

โดยจตุรงค์ได้เผยถึงความรู้สึก ณ ตอนนั้นว่า “ตอนนั้นอายุประมาณ 19-20 ปี ช็อกมาก เพราะเราเป็นผู้ชายแท้ ชอบผู้หญิง แต่ไม่มีทางเลือก ถ้าไม่ยอมก็ต้องกลับบ้านนอก ทั้งที่ไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท”

สุดท้ายด้วยความบีบคั้นของความยากจน จตุรงค์ยอมรับว่าคืนนั้นเป็นช่วงเวลาที่ทรมานและรังเกียจตัวเองที่สุดในชีวิต แต่ต้องกล้ำกลืนฝืนทนยอมทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อความอยู่รอด ซึ่งหลังจากผ่านเหตุการณ์คืนนั้นไป เขาก็เริ่มได้รับโอกาสให้ขึ้นโชว์บนเวที ได้รับค่าแรงวันละ 100 บาท ซึ่งเป็นเงินก้อนแรกที่ช่วยต่อลมหายใจ ก่อนที่เจ้าตัวจะสู้ชีวิต ไต่เต้าพัฒนาฝีมือจนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นดาวตลกแถวหน้าของเมืองไทยได้ในปัจจุบัน

นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวเบื้องหลังสปอตไลต์ของคนบันเทิงยุคก่อน ที่สะท้อนให้เห็นถึงความโหดร้ายของการถูกใช้อำนาจในทางที่ผิดและการล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งบาดแผลในอดีตครั้งนั้น ได้กลายมาเป็นบทเรียนชีวิตราคาแพงที่จตุรงค์นำมาแชร์เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนรุ่นหลังในวันนี้

ขอบคุณภาพจาก : จตุรงค์ โพธาราม