สำนักข่าวซินหัวรายงานจากจังหวัดระยอง ประเทศไทย เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ว่า บีวายดี ( BYD ) ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของจีน ได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ ของการก่อสร้างโรงงานรถยนต์บีวายดีแห่งแรกในไทย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นก้าวล่าสุดของกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์สัญชาติจีน ในการขยับขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
รายงานระบุว่า โรงงานรถยนต์บีวายดีแห่งใหม่ตั้งอยู่ที่ โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ( อีอีซี ) ในจังหวัดระยอง จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการผลิตและกระจายยานยนต์ไฟฟ้า ( อีวี ) ในไทย รวมถึงกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน และ ภูมิภาคแห่งอื่นด้วย
อนึ่ง บีวายดี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก เปิดเผยว่ายอดจำหน่ายสะสมของยานยนต์พลังงานใหม่บีวายดี เมื่อปี 2565 มีจำนวนมากกว่า 1.86 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 208.6% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี
บีวายดีกลายเป็นอีกหนึ่งแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีน ต่อจากเอ็มจี ของเอสเอไอซี มอเตอร์ และเกรท วอลล์ มอเตอร์ ( จีดับเบิลยูเอ็ม ) ที่เข้ามาจัดตั้งการดำเนินงานผลิตในไทย ซึ่งมีแบรนด์รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ครองตลาดมาอย่างยาวนาน
หลิว เสวีย เหลียง ผู้จัดการทั่วไปประจำฝ่ายจัดจำหน่ายยานยนต์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของบีวายดี กล่าวว่า บีวายดีนำรถยนต์รุ่นยอดนิยมอย่าง “แอตโต3” ( ATTO3 ) เข้ามาจำหน่ายในไทยเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งทำสถิติบรรลุยอดจำหน่ายเป้าหมาย 10,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียง 42 คัน
นอกจากนี้ บีวายดียังจัดพิธีส่งมอบรถยนต์รุ่นแอตโต3 คันที่ 9,999 และคันที่ 10,000 ณ วันทำพิธีวางศิลาฤกษ์ของโรงงานแห่งใหม่ ที่มีกำหนดเริ่มต้นการผลิตในปี 2567 ด้วยกำลังการผลิตยานยนต์พลังงานใหม่รายปี 150,000 คัน
การลงทุนของบีวายดีในไทยยังสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลไทย ซึ่งต้องการให้ 30% ของยานยนต์ที่ผลิตภายในประเทศ เป็นยานยนต์ไฟฟ้าภายในปี 2573
หวัง หลี่ ผิง อัครราชทูตที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจและกิจการพาณิชย์ ประจำสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า “การที่บีวายดีตัดสินใจทำให้ไทยเป็นฐานการผลิตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ( บีซีจี ) ของไทย และทิศทางการพัฒนาอันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนของจีน”
ขณะเดียวกัน “การดำเนินการครั้งนี้ไม่เพียงสร้างโอกาสการทำงาน และขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจในไทย แต่ยังส่งเสริมการบูรณาการเชิงลึก ของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ ในจีนและไทย” หวังกล่าวเสริม
ข้อมูลจากสถาบันยานยนต์ ( ทีเอไอ ) และกรมการขนส่งทางบกของไทย ระบุว่า ยอดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าบริสุทธิ์ในไทยเมื่อปี 2565 อยู่ที่ 13,454 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 588.5% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี
ส่วน คุณเกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า แบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าจำนวนมาก ทั้งจากจีน ตะวันตก และญี่ปุ่น ได้เข้าร่วมมาตรการสนับสนุนของรัฐบาลไทย ซึ่งเป็นข่าวดีของผู้ซื้อรถยนต์ที่จะมีตัวเลือกเพิ่มขึ้น และของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่กำลังปรับเปลี่ยน ให้ทันกระแสแห่งอนาคต.
ข้อมูล-ภาพ : XINHUA



