สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ว่า นางลินดา โธมัส-กรีนฟิลด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เมื่อวันศุกร์ เกี่ยวกับสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในเกาหลีเหนือ ว่า “สมาชิกยูเอ็นเอสซีบางประเทศเต็มใจเป็นโล่ เพื่อป้องกันเกาหลีเหนือจากการเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย สื่ออย่างมีนัยถึงจีนและรัสเซีย


เอกอัครราชทูตสหรัฐกล่าวต่อไปว่า โครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของรัฐบาลเปียงยาง “มีความเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก” กับการที่ประชาชนในเกาหลีเหนือเป็นเหยื่อของการละเมิดสิทธิมนุษยชน เนื่องจากทุกครั้งที่มีการทดสอบอาวุธเกิดขึ้น นั่นคือการทำลายสิทธิของพลเมือง แต่นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ยังคงเลือกการพัฒนาอาวุธ “มีความสำคัญมากกว่า” ปากท้องของประชาชน


ขณะที่นายซิ่ง จี้เฉิง เจ้าหน้าที่การทูตของจีน ซึ่งเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ กล่าวว่า “เป็นการหารือที่ไม่สร้างสรรค์ด้วยประการทั้งปวง” และมีแต่จะยิ่งทำให้สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลียิ่งทวีความตึงเครียด


ด้านเกาหลีเหนือไม่ส่งตัวแทนนักการทูตเข้าร่วมการหารือ อนึ่ง รัฐบาลเปียงยางอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของยูเอ็นเอสซี ตั้งแต่ปี 2549 จากการทดสอบอาวุธและการเดินหน้าพัฒนาโครงการนิวเคลียร์


ทั้งนี้ รัฐบาลเปียงยางประกาศการทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) “ฮวาซอง-17” จากฐานที่ยิงในเขตซูนัน ของกรุงเปียงยาง เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยไอซีบีเอ็มลูกดังกล่าว สามารถเดินทางเป็นระยะทางได้ไกลถึง 1,000 กิโลเมตร และไต่ระดับความสูงได้สูงสุด 6,045 กิโลเมตร ก่อนตกลงในทะเลตะวันออก “เพื่อเป็นการเตือนศัตรู” หมายถึงเกาหลีใต้และสหรัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างซ้อมรบ ตั้งแต่วันที่ 13-23 มี.ค. นี้.

เครดิตภาพ : REUTERS